มีไลฟ์สไตล์แบบไม่ไร้สตางค์

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

สังคมยุคนี้จะทำอะไรๆก็ต้องใช้ Social Media ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไรก็ต้องมีอการอัพเดทกันตลอดเวลา หรือจะตามติดสอดส่องชีวิตใครก็ง่ายแสนง่าย เพราะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนใช้ Facebook, Instagram หรือ Twitter เต็มไปหมด จริงอยู่ที่ Social Media สร้างความสุขให้กับคนในสังคม แต่มันก็เป็นดาบ 2 คมที่อาจสร้างความทุกข์ให้เราได้เหมือนกัน

เพราะอย่าลืมว่า เสื้อผ้าชิคๆ ร้านอาหารหรูๆ หรือ สถานที่ที่ต้องไปเยือนให้ได้ก่อนตาย ที่เราแชร์ให้โลกได้รู้ว่าไลฟ์สไตล์เราเป็นยังไง จริงๆแล้วมันมีต้นทุนของมันอยู่ ถ้าไม่วางแผนให้ดีก็อาจน้ำตาตกในเพราะเงินไม่พอใช้ได้

ดีกว่ามั้ยถ้าเรามีชีวิตดีๆได้แถมการเงินก็แน่น! ลองคิดดูจะดีแค่ไหนถ้าเราใช้ชีวิตให้ฟินแบบสุดๆได้ อยากกินต้องได้กิน อยากเที่ยวต้องได้เที่ยว แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน ถ้าเพื่อนๆกำลังอยากใช้ชีวิตแบบนี้ โชคดีแล้วแหละที่เข้ามาอ่านบทความนี้ เพราะบอกเลยว่า มีไลฟ์สไตล์แบบไม่ไร้สตางค์ไม่ใช่เรื่องยาก

ขั้นแรก เลยเริ่มต้นด้วยการให้คำนิยามคำว่า “ชีวิตที่ดี” ของตัวเองก่อนว่า..มันคือวิถีชีวิตแบบไหน แล้วมันประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?

 

ขั้นที่สอง ลองตีมูลค่าสิ่งของต่างๆที่อยู่ในไลฟ์สไตล์ของเราออกมาดูกันสักนิดดีกว่า หากเราเป็นมนุษย์เงินเดือนในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง รายได้เริ่มต้น 20,000 บาท/เดือน อยากเที่ยวต่างประเทศ ชอบหากินของอร่อยๆกับครอบครัว ก็ตั้งเป้าหมายเลยว่า – จะไปเที่ยวต่างประเทศทุกปี งบประมาณปีละ 35,000 บาท – ทานข้าวกับครอบครัวในร้านอาหารชื่อดัง เดือนละ 1 ครั้ง ประมาณ 3,000 บาท/เดือน ไอ้พวกนี้แหละคือมูลค่าของไลฟ์สไตล์ของตัวเราที่เราต้องรู้ และวางแผนเพื่อจัดการกับมันก่อน

 

ขั้นที่สาม หาวิธีออมเงินและลงทุนในแบบของเรา เพื่อให้ได้เป้าหมายของชีวิตที่ดีตามสไตล์ที่เราต้องการ ต้องเงินออมเท่าไหร่? มีค่าใช้จ่ายรายเดือน? เราถึงมีจะความสุขทั้งปัจจุบันและในอนาคต มาลองคิดดูไปพร้อมกัน ว่าหากเราเงินเดือน 20,000 บาท เราจะจัดการกับแผนการใช้จ่าย และออมเพื่อไลฟ์สไตล์ของเรายังไงดี

 

เงินที่ต้องเก็บสำหรับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ ตกเดือนละ 6,000 บาท

– ต้องเงินเก็บสำหรับการท่องเที่ยว เดือนละ 3,000 บาท
– เงินสำหรับทานข้าวกับครอบครัว เดือนละ 3,000 บาท

 

เงินที่ต้องกันไว้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับชีวิตประจำวัน ตกเดือนละ 11,000 บาท

– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เดือนละ 8,000 บาท
– ค่าเดินทาง เดือน 3,000 บาท

 

รวมแล้วก็ตกเดือนล่ะประมาณ 17,000 บาท เพราะฉะนั้นเราก็จะมีเงินเหลือต่อเดือน 3,000 บาท อาจจะแบ่งไว้ เพื่อใช้จ่ายส่วนตัวเพิ่มเติม หรือเป็นเงินกันไว้สำรองเผื่อฉุกเฉิน 3,000 บาท

เราก็จะสามารถทานอาหารกับครอบครัวในร้านอร่อยๆทุกเดือน และพอถึงสิ้นปีเราก็จะสามารถไปเที่ยวต่างประเทศตามที่เราต้องการได้ แถมยังมีเงินเก็บ 36,000 บาทเป็นโบนัสอีกต่างหาก

แต่หากอยากให้เงินที่เราเก็บต่อปีมันมากขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่นำเงินที่เป็นเงินออมของเรา ไปลงทุนด้วยออมในหุ้นแทน เริ่มออมหุ้นได้แล้ววันนี้ที่นี่เลย https://setga.page.link/jAnUs2HxTmEdnrxA8 ด้วยเทคนิคการออมในหุ้นแบบ Dollar Cost Average (DCA) ที่ทยอยออมแบบรายเดือนได้ เพื่อให้เงินลงทุนสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ในระยะยาว นั่นหมายความเราสามารถลงทุนแค่เพียงเดือนละ 3,000 บาท เพื่อให้เงินออมส่วนนี้งอกเงยได้มากกว่าเดิม ซึ่งอ้างอิงผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีในตลาดหลักทรัพย์ ก็มีโอกาสจะได้รับผลตอบแทนถึง 8% ต่อปีเลยทีเดียว นั่นหมายความว่าเราปีแรกมีโอกาสได้เงินเก็บเพิ่มขึ้น 3,600 บาท เหมือนได้เงินเก็บเพิ่มขึ้นอีกเดือนนึงฟรีๆเลยนะ

และในระยะยาวหากเราทยอยออมหุ้นเพียงเดือนละ 3,000 บาท ทำแบบนี้อย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 10 ปี เราอาจจะมีเงินถึง 548,838 บาท เลยทีเดียว และที่เจ๋งกว่านั้นเงินที่เราออมจริงๆคือ 360,000 บาทเท่านั้น ส่วนอีก 248,838 บาท เป็นส่วนที่งอกออกมาจากการที่เราออมในหุ้น

เห็นมั้ยว่าถ้าเรามีแผนการเงินที่แน่นแบบนี้ ชีวิตก็ดีมีสไตล์ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าเงินจะไม่พอใช้หรือไม่มีเงินเก็บ หน้าที่ของเราก็คือใช้จ่ายได้ตามแผนการที่วางไว้ เพราะมีการจัดสรรเงินอย่างเป็นระบบไว้แล้ว แต่อย่าลืมนะว่าหากในอนาคตเรามีอัตราเงินเดือนที่เติบโตขึ้นก็อาจมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้นอย่าลืมปรับแผนของตัวเราให้เหมาะสมกับช่วงเวลานั้นๆของเราด้วย

แม้ตัวอย่างแผนตัวอย่างที่ยกมาจะเป็นแบบง่ายๆแต่ขอย้ำว่าทำได้จริง และไม่ว่าใครก็สามารถทำตามได้ เพียงแค่ทำให้ตัวเองมีระเบียบวินัยเรื่องการเงิน เพียงเท่านี้ไม่ว่าใครก็สามารถมี “ไลฟ์สไตล์ในแบบที่ไม่ไร้สตางค์” ในแบบฉบับของตัวเองได้แน่นอน!

ทีนี้หันมาให้ความสนใจกับไลฟ์สไตล์ของตนเองให้มากขึ้นอีกนิด เพียงแค่นี้เราก็สามารถวางแผนเพื่อสร้างไลฟ์สไตล์ให้ตัวเองได้ไม่ยาก “อยากกินต้องได้กิน อยากเที่ยวต้องได้เที่ยว” ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *