เครดิตพังไม่รู้ตัวถ้า “ผ่อนสินค้า” ไม่เป็น

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

เครดิตพังไม่รู้ตัวถ้า “ผ่อนสินค้า” ไม่เป็น

วิธีการยอดนิยมของมนุษย์เงินเดือนที่จะทำให้ได้มาสิ่งของที่ต้องการอย่างง่ายดายมาก ๆ นั่นคือ ‘การผ่อนจ่าย’ ซึ่งเป็นวิธีที่หลาย ๆ คนนั้นคุ้นเคย และรู้สึกว่าจ่ายเงินไปไม่เยอะ แต่ว่าด้วยความง่ายนี่แหละที่มักทำให้หลายคนติดกับดัก และเป็นหนี้บัตรกันมาแล้วนักต่อนักแล้ว “ผ่อนสินค้า” ที่หลายคนชอบทำกันนั้นเพราะมองเห็นแต่ข้อดีหรือประโยชน์ในการผ่อนจ่าย แต่จริง ๆ แล้วพี่ทุยบอกว่ามันก็เหมือนกับทุกอย่างที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียในเวลาเดียวกันนั่นแหละ

ข้อดีของการผ่อนสินค้า

คือ เราไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินสด  หรือใช้เงินก้อนตามราคาของสินค้าก็สามารถซื้อในการซื้อของได้แล้ว โดยเรานั้นสามารถแบ่ง “ผ่อนสินค้า” เป็นงวด ๆ เป็นรายเดือนได้ตามโปรโมชั่นของทางร้านค้านั่นเอง และถ้าเกิดว่าทางร้านมีโปรโมชั่นการผ่อน 0% ด้วยแล้วก็จะทำให้เราไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในการผ่อนชำระ

ข้อเสียหรือข้อจำกัดของการผ่อนสินค้า

สิ่งแรกเลยคือ เราจำเป็นต้องมีบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือบัตรผ่อนสินค้า ไว้สำหรับใช้ในการผ่อนซื้อสินค้าก่อนะจ๊ะ อันนี้พี่ทุยบอกเลยแค่บัตรเดบิตธรรมดาทำไม่ได้น้า ซึ่งพี่ทุยอยากจะบอกว่าแต่ละร้านค้ามีเงื่อนไขในการผ่อนที่ไม่เหมือนกัน แต่ละร้านมีโปรโมชั่นกับบัตรที่แตกต่างกันออกไป บางครั้งบัตรที่เรามีอาจจะใช้ไม่ได้กับบางร้านหรือบางสินค้านะ อันนี้พี่ทุยว่าเราต้องตรวจสอบให้ดีก่อนนะเน้อออ และการผ่อนซื้อสินค้านอกจากเสียดอกเบี้ยในการผ่อนแล้วในกรณีที่ไม่มีโปรโมชั่นผ่อน 0% แล้วยังจ่ายคืนไม่ตรงเวลา หรือไม่ครบจำนวนในแต่ละงวดเราอาจจะโดนดอกเบี้ยบัตรเครดิตเพิ่มเข้าไปอีก

ฟังดูแล้วเหมือนการผ่อนสินค้า โดยเฉพาะผ่านตัวโปรโมชั่น 0% ดูจะเป็นอะไรที่ดึงดูดใจเราได้ดีเลยใช่ม้า แต่พี่ทุยอยากจะเตือนทุกคนนะว่า การผ่อนแบบ 0% นั่นอาจจะไม่ได้ดีอย่างที่เราคิดก็ได้นะ

ผ่อน 0% อาจจะไม่ได้ดีอย่างที่คิด

ผ่อน 0% คืออะไร? แม้ว่าบางคนอาจจะรู้จักและคุ้นเคยกับคำ ๆ นี้มาก่อน แต่ยังไงพี่ทุยขอขยายความเผื่อบางคนเพิ่งเคยได้ยินคำนี้ การผ่อน 0% คือ โปรโมชั่นอย่างหนึ่งที่ทางร้านค้าร่วมกับสถาบันการเงินเจ้าของบัตร โดยที่จะเสนอให้เราสามารถซื้อสินค้าและข้าวของต่างๆ (ตามที่กำหนด) แบบผ่อนจ่ายเป็นรายเดือนแบบไม่มีดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยเป็น 0

พี่ทุยจะยกตัวอย่างเช่น นายผ่อนเก่งต้องการจะซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ราคา 25,000 บาท ทางร้านมีโปรโมชั่นแบบผ่อน 0% ระยะเวลา 10 เดือน หมายความว่า นายผ่อนเก่งจะต้องผ่อนชำระเดือน 2,500 บาท เป็นเวลา 10 เดือนให้กับสถาบันการเงินเจ้าของบัตรที่เรารูดใช้ไปแบบไม่เสียดอกเบี้ยนั่นเองจ้า

ฟังแล้วเหมือนมันดีมากเลย จ่ายแค่เดือนละไม่กี่บาทแถมไม่มีดอกเบี้ยซะด้วย มีประโยชน์อันนี้พี่ทุยเห็นด้วยนะที่ไม่ต้องกดเงินออกจากบัญชีเป็นก้อนและจ่ายไป แต่อยากจะบอกว่าเราจะได้รับประโยชน์จากโปรโมชั่นผ่อน 0% เต็มๆ ก็ต่อเมื่อเรานั้นชำระคืนเต็มจำนวนทุกครั้งที่เรียกเก็บเท่านั้นน้า จ่ายแบบขั้นต่ำอันนี้ 0% จากร้านจริง แต่ต้องรับภาระดอกเบี้ยบัตรเครดิตอันนี้ตัวใครตัวมันน้า5555

ประเด็นแรก โปรจ่ายสดเลยอาจจะคุ้มกว่า บางคนอาจจะแย้งขึ้นมาในใจว่าผ่อนน่าจะดีกว่าสิ เราไม่ต้องจ่ายเงินก้อนทันทีนะ แต่การจ่ายสดมีข้อดี คือ เรานั้นจะไม่มีภาระการเงินเหลืออยู่ และการจ่ายสดนี้พี่ทุยไม่ได้หมายถึงว่าอยากได้ให้เอาเงินไปซื้อทันทีเลยนะ เราต้องวางแผนก่อนว่าเราจะซื้ออะไร ราคาเท่าไหร่แล้วค่อยๆ เก็บเงินในแต่ละเดือนจนครบแล้วค่อยเอาไปซื้อ อันนี้พี่ทุยบอกเลยว่าสบายใจกว่า คุ้มค่ากว่าการมีภาระผ่อนจ่ายในทุกๆ เดือนแน่นอนจ้า

นอกจากนั้น แล้วการผ่อนแบบ 0% ที่ทำให้เราคิดว่ายังไงก็ไหวน่า ไม่มีดอกเบี้ยซักบาทเดียว ไม่เป็นไรหรอกไหวอยู่แล้ว แต่ลองเป็นผ่อนแบบ 0% แต่หลายชิ้น จนยอดหนี้สินที่ต้องผ่อนชำระให้แต่ละเดือนเกินกว่ารายได้ขึ้นมาอันนี้พี่ทุยว่าอันตรายได้เหมือนกันนะ เพราะถ้ายอดการผ่อนชำระต่อเดือนหรือยอดหนี้บัตรเครดิตสูงเกินไปจนรายได้เราไม่สามารถจ่ายได้เต็มจำนวน ทำได้แค่จ่ายขั้นต่ำไปก่อน คราวนี้แหละพี่ทุยบอกเลยว่า 0% ไปก็ไม่ช่วยอะไรจ้าเมื่อเจอดอกเบี้ยบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดเข้าไป แค่คิดพี่ทุยก็หนาวแล้ว

ประเด็นสุดท้ายซึ่งพี่ทุยว่าสำคัญมาก นั่นคือ ผ่อนมากไป ก็เสี่ยงเครดิตพังได้เหมือนกันนะ แม้จะเป็น 0% ก็เถอะ ย้ำอีกครั้งนะว่าการผ่อนสินค้าเนี่ย จะทำได้ก็ต่อเมื่อบัตรเครดิต/บัตรกดเงินที่เรามีนั้น ต้องเข้าร่วมโปรโมชั่นกับทางร้านค้าเค้าด้วยเน้อออออ เราถึงจะสามารถผ่อนสินค้าได้ (ได้ยินแบบนี้บางคนพุ่งไปสมัครทุกบัตรเลย//พี่ทุยว่าอันนี้ต้องใจเยนเย๊นนนนนนนน5555) และแน่นอนว่าประเด็นหลักมันอยู่ที่บัตรพวกนี้แหละจ้า เพราะข้อมูลการใช้บัตรหรือการผ่อนสินค้าผ่านบัตรพวกนี้เนี่ยจะเข้าไปในระบบที่เรียกว่า “เครดิตบูโร”

ซึ่งเค้าจะรวบรวมข้อมูลการจ่ายชำระของเราว่าในแต่ละงวดการผ่อนชำระเรามีพฤติกรรมเป็นยังไง จ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือตรงเวลามั้ยย พี่ทุยบอกเลยถ้าหากว่าใครที่ผ่อนสินค้าหลาย ๆ ชิ้น พร้อมๆ กันน โดยที่ไม่ได้วางแผนการใช้เงินไว้ก่อนละก็ เสี่ยงมากนะ ที่จะเกิดประวัติการชำระเงินไม่ตรงงวด ซึ่งมันจะมีผลต่อการขอสินเชื่อในอนาคตอย่างแน่นอนนนน เพราะอะไรน่ะหรอ ลองนึกดูว่าถ้าหากว่าเพื่อนเคยมายืมเงินเรา แล้วบอกจะคืนเดือนหน้า  ผ่านมา 3 เดือนก็ยังไม่ถึงเดือนหน้าสักที (ฮ่า ๆ) แบบนี้ครั้งต่อไปเราอยากจะให้เค้ายืมอีกมั้ย? คล้าย ๆ กันกับกรณีเครดิตพังเลยจ้า(TT)

พี่ทุยบอกเลยว่าหนึ่งในปัจจัยของปัญหาการเป็นหนี้บัตรเครดิตก็มาจากการผ่อนจ่ายสินค้าเกินกำลังและโปรโมชั่นผ่อน 0% ที่แสนจะดึงดูดใจนี่แหละจ้า ถ้าใครอยากมีประวัติทางการเงินที่ดี ก็ต้องผ่อนสินค้าให้เป็นและมีวินัยในการผ่อนกันด้วยน้า

ก่อนที่จะตัดสินใจผ่อนซื้อสินค้า ไม่ว่าจะผ่อนจ่ายแบบมีดอกเบี้ย หรือใช้โปรโมชั่นผ่อนจ่าย 0% ก็แล้วแต่ พี่ทุยอยากให้มั่นใจก่อนว่าเราจะสามารถชำระหนี้บัตรเครดิต/บัตรกดเงินสดได้จริงๆ  แล้วก็สามารถที่จะจ่ายชำระหนี้ได้ตรงเวลาและเต็มจำนวนทุกครั้งจนครบกำหนดชำระ เพราะถ้าหากว่าเราไม่รู้จักวิธีการใช้ประโยชน์การผ่อนซื้อสินค้า หรือไม่มีวินัยทางการเงินที่ดีพอแล้วละก็ พี่ทุยว่าอาจจะตามมาด้วยภาระดอกเบี้ยและภาระทางการเงิน ที่แย่ไปกว่านั้นคือ สูญเสียเครดิตทางการเงินไป จนต้องมาตามแก้ไขปัญหา ปรับปรุงเครดิตทางการเงินใหม่ให้วุ่นวาย และยังทำให้เวลาจะติดต่อขอสินเชื่อของที่มีประโยชน์ครั้งใหม่ เช่น กู้ซื้อบ้าน ยากขึ้นหรือมีโอกาสได้รับน้อยลงนะ ใครผ่อนซื้ออะไรก็คิดและวางแผนกันดี ๆ ก่อนด้วยเน้ออออ

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *