4 สิ่งต้องเข้าใจในเรื่องของ “กำไร”

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

4 สิ่งต้องเข้าใจในเรื่องของ “กำไร”

เข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการแล้ว สิ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุดคงจะเป็นเรื่องของ”กำไร” ส่วนเรื่องผลการดำเนินงาน หรือวิธีทางการตลาด ค่าใช้จ่าย มักจะไม่ให้ความสำคัญเท่าไร เพราะสุดท้ายแล้ว “กำไร” เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด

 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักลงทุนผู้มุ่งมั่นจำเป็นจะต้องดูให้ครบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของยอดขาย รายจ่าย หรือแม้แต่ “พัฒนาการสำคัญ” ของบริษัทว่าช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้าง

 

อย่างไรก็ตาม ถ้าเราไม่ชำนาญทางด้านงบการเงิน ดูแล้วง่วง ดูแล้วไม่เข้าใจ … นี้คึอ 4 สิ่งที่เราต้องรู้เกี่ยวกับกำไร มีอะไรบ้างมาดูกันครับ

1. กำไรพิเศษ — นี้คือกำไรที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์พิเศษ เช่น ขายที่ดิน ขายกิจการ ขายสินทรัพย์บางอย่าง หรือมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ดังนั้นเราควรจะนำไป “ลบออก” เพื่อดูกำไรที่เกิดขึ้นจริง

ในทางกลับกัน ก็มีเรื่องของ“รายจ่ายพิเศษ” ซึ่งจะไปทำให้กดดันกำไรสุทธิของบริษัทได้ เราก็สามารถนำไปบวกกลับเพื่อหากำไรที่เกิดขึ้นจริงได้เช่นเดียว ถือเป็นโอกาสของนักลงทุนที่ชอบค้นหาและมั่นใจได้ว่าไตรมาสถัดไป หรือปีถัดไปจะกลับมาดีอีกแน่นอน เพราะนี้เป็นรายจ่านพิเศษ

2. ทุกครั้งที่ดูกำไร ควรจะดูในเรื่องของ “ภาษี” ด้วย — โดยส่วนใหญ่แล้วบริษัทจดทะเบียนจะมีการจ่ายภาษีอยู่ที่ประมาณ 20-30%  ของกำไรก่อนหักภาษี ซึ่งบางบริษัทจะดูดโดดเด่นเป็นพิเศษเพราะบริษัทได้รับยกเว้นสิทธิพิเศษทางภาษี ถ้าหมดสิทธิภิเศษแล้วอาจจะต้องจ่ายภาษีหนัก เรื่องนี้ไม่ควรมองข้าง

3. กำไรที่เกิดขึ้นเป็นบรีษัทที่ขายสินค้าโภคภัณฑ์หรือไม่ — ส่วนใหญ่แล้วสินค้าโภคภัณฑ์จะมีลักษณะเป็น “รอบ” คือบริษัทเองก็ไม่สามารถควบคุมราคาขายได้เช่นเดียวกัน การซื้อวัตถุดิบในราคาถูก ผลิตแล้วขายในราคาแพงทำให้กำไรดูโดดเด่น ในทางกลับกันถ้าวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น บริษัทจำเป็นจะต้องสั่งมาในราคาแพงโดยไม่สามารถขึ้นราคาสินค้านั้นได้ ก็จะเป็นการกดดันกำไรที่เกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน

4. ส่อง Net Margin ทุกครั้ง — Net Margin หรืออัตรากำไรสุทธิเป็นเรื่องสำคัญของบริษัท เป็นการบ่งบอกว่าการขายของ 100 บาท จะเหลือมาเป็นกำไรสุทธิของบริษัทประมาณกี่บาท  ถ้าบริษัทนั้นมีอัตรากำไรสุทธิสูงมาก ก็จะเป็นการเปิดช่องให้กับคู่แข่งเข้ามาขายตัดราคาได้

ในขณะเดียวกัน บริษัทที่มีอัตรากำไรสุทธิไม่สูง ไม่เชิญชวนคู่แข่งมาก็จริง แต่นั้นเป็นการแสดงให้เห็นว่าบริษัทเองก็ลำบากเช่นเดียวกัน

โดยส่วนใหญ่แล้ว …

อุตสาหกรรมค้าปลีกจะมี Net Margin อยู่ราวๆ 3-5%
อุตสาหกรรมการผลิตทั่วๆไปอาจจะอยู่ที่ 6-10%
อุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการจะมี Net Margin สูงหน่อยประมาณ 20%

นี้ก็เป็น 4 ข้อสั้นๆของนักลงทุนเน้นคุณค่าที่เป็น“ภารกิจหลัก” ที่จะต้องค้นหาให้ได้ครับ ….

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

[email protected]

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *