BJC งบดี แต่ทำไมราคาหุ้นไหลเป็นน้ำ

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

BJC งบดี แต่ทำไมราคาหุ้นไหลเป็นน้ำ
BJC งบดี แต่ทำไมราคาหุ้นไหลเป็นน้ำ

ถือว่างบออกมาโดยรวมถือว่าดีสำหรับหุ้น BJC ที่รายงานกำไรสุทธิมากถึง 1.77 พันล้านบาท จาก 1.68 พันล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2561 แต่สำหรับนักลงทุนผู้มุ่งมั่นแล้วจะดูแต่หน้าฉากอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเข้าไปส่องงบด้วยว่ามีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร มีกำไรพิเศษหรือไม่ อัตรากำไรสุทธิเป็นอย่างไร

 

โดยรวมถือว่าออกมา “ดี” เมื่อเทียบกับหุ้นตัวอื่นๆ แต่ทำไมราคาหุ้นถึงไหลลงมาเป็นน้ำขนาดนั้น แต่ก่อนจะไปจุดนั้น ผลประกอบการไตรมาส 3/62 มีจุดไหนที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันสักหน่อยครับ

– ดีขึ้นเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ แต่รายได้หลักของบริษัทจริงๆมาจาก BigC ซึ่งลดลงเพียง 1.4%

– สาเหตุที่กลุ่มบรรจุภัณฑ์ทั้งแก้วและกระป๋องลดลง เพราะอยู่ในช่วงการผลิตและหาลูกค้าใหม่ที่จะมาแทนคาราบาว กรุ๊ป

– บริษัทมีกำไรพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยน 32 ล้านบาท

– กำไรขั้นต้นทรงตัว อยู่ราวๆ 7.4 พันล้านบาท

– อัตรากำไรสุทธิดีขึ้นจาก 9.3% มาอยู่ที่ 9.5% โดยหลักมาจากการเน้นขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงของบิ๊กซี

– รายได้ของบิ๊กซีลดลง เนื่องมาจากยอดขายเดิมต่อสาขาลดลง 5%

– รายได้ค่าเช่าที่ในบิ๊กซีเพิ่มขึ้น 182 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 4.8%)

– บิ๊กซีมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ต 148 สาขา บิ๊กซีมาร์เก็ต 62 สาขา มินิบิ๊กซี 887 สาขา และร้านขายยาเพรียว 143 สาขา

 

ถือว่าดีขึ้นเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ แต่ธุรกิจหลักคือค้าปลีกสมัยใหม่มีสะดุดบ้างแต่ไม่ใช่เรื่องน่าห่วงอะไร เมื่อหันกลับไปอ่านบทวิเคราะห์ ก็วิเคราะห์ไปในเชิงบวกได้อย่างน่าสนใจ เช่น ..

 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า BJC มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 16% เทียบกับไตรมาส 2/62 ดีขึ้นเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ คาดว่าไตรมาส 4 จะเติบโตขึ้นได้อีก และมีกลุ่มลูกค้าใหม่ๆเข้ามาอีกด้วย โดยให้ราคาเป้าหมาย 64 บาท

บล.หยวนต้า แนะนำซื้อหุ้น BJC ให้ราคาเป้าหมาย 65 บาท นำโดยค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง ควบคุมต้นทุนได้ดี คาดว่าไตรมาส 4 น่าจะออกมาโตได้อย่างดี เนื่องจากเข้าสู่สภาวะ High Season ของการจับจ่ายใช้สอย การกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

ทั้งนี้ BJC ยังมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตในธุรกิจบรรจุภัณฑ์เพิ่มจากกลุ่มลูกค้าเครื่องดื่มใหม่  และในระยะยาว มีความน่าสนใจจากการพัฒนาและควบคุมต้นทุนสินค้าในทุก ๆ ผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มยอดขายและรักษาระดับมาร์จิ้น ขณะเดียวกัน BJC ยังมีโอกาสในอนาคตที่ดีจากการขยายกำลังการผลิตไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV

 

แล้วทำไมหุ้น BJC ถึงลง .. ?

ประเด็นที่ 1 : สภาวะตลาดหุ้นยังมีความผันผวน
ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญ เมื่อตลาดหุ้นไทยไม่เอื้อต่อการลงทุน ขึ้นน้อยแต่ลงแรง ทำให้นักลงทุนไม่อยาก “ถือหุ้น” จึงหันมาเก็งกำไรซื้อๆขายๆ ราคาหุ้นที่ผลประกอบการดีเลยโดนกระทบไปด้วย

 

ประเด็นที่ 2 : ในเชิงเทคนิคถือว่าหลุดแนวรับ และฟอร์มของกราฟยังเป็น Sideway ออกข้าง
ถ้านักลงทุนที่ดูกราฟเทคนิคจะเห็นว่ารูปแบบของกราฟหุ้น BJC ยังเป็นการวิ่งออกข้าง ไม่มีเทรนแนวโน้มขาขึ้นชัดเจน จึงยังไม่แน่ใจที่จะถือหุ้นไปก่อน เล่นได้เพียง “ขึ้นขาย ลงซื้อ” เท่านั้น

 

ประเด็นที่ 3 : ความไม่แน่ใจของผลประกอบการไตรมาส 4 และเศรษฐกิจไทยที่ไม่มีแนวโน้มฟื้นตัว
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าที่คาดการไว้ ซึ่งธุรกิจค้าปลีกขจึ้นอยู่กับกำลังซื้อในประเทศ เมื่อเศรษฐกิจไทยไม่เติบโต ก็ยากที่กลุ่มค้าปลีกจะเติบโตตามไปด้วย ถึงแม้ว่านักวิเคราะห์จะมั่นใจว่างบไตรมาส 4 จะออกมาดีแน่นอน แต่เป็นเรื่องอีก 3 เดือนข้างหน้า ยากที่จะคาดเดา เลยถือโอกาสขายออกไปก่อนตามสภาวะตลาดไทยที่ไม่เอื้ออำนวย

 

ประเด็นที่ 4 : ธุรกิจหลักคือบิ๊กซี ผลประกอบการยังไม่โดดเด่นตามที่ลงทุนไป
การขยายสาขาของบิ๊กซีเพิ่มขึ้น แต่ยอดขายต่อสาขา (Same Store Sale Growth) ไม่ได้โตตาม ลดลง 5% ซึ่งนักลงทุนเองก็จับตามองดูอยู่ว่าเมื่อไรยอดขายสาขาถึงจะเติบโตขึ้น

ป้จจุบัน BJC มีค่า P/E ที่ 28 เท่า P/BV 1.7 เท่า และปันผลประมาณ 1.54%

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

[email protected]

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *