นักฆ่า A45s หนูเล็กเด็กโหด! BMW M2 CS

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

ภาพไฮไลต์

หลังจากเอาเครื่อง M4 มาลงใน M2 competition จนทำให้รถคูเป้คันเล็กรุ่นนี้มีกำลังมากถึง 410 แรงม้า กับแรงบิดในระดับ 500 นิวตันเมตร ล่าสุด BMW Group กลัวว่ารถเล็กสายแรงรุ่นขายดีจะไม่สุดจัด เลยจับ M2 เวอร์ชั่นพิเศษมายัดเครื่องยนต์ของ M4 CS เป็นเครื่องยนต์หกสูบเรียงทวินเทอร์โบ รหัส S55B30 ใช้ระบบอัดอากาศเทอร์โบคู่ Single Scroll สร้างกำลังได้แรงแบบสุดลิ่มทิ่มประตูเอาไว้หวดกับ Audi RS3 Quattro หรือ Mercedes-AMG A45s 4Matic

เครื่องยนต์ของ M4 CS ที่วางลงใน M2 CS เป็นแบบ 6 สูบแถวเรียงเบนซิน อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์สองตัว ระบบจ่ายเชื้อเพลิงหัวฉีดไฟฟ้า High Precision Direct Injection กลไกของระบบวาล์วใช้ Valvetronic และวาล์วแปรผัน Double-VANOS ปริมาตรความจุ 2,979 ซี.ซี. ความกว้างกระบอกสูบ 84.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 89.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.2:1 ให้กำลังสูงสุด 450 hp ที่ 6,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดมากถึง 550 นิวตันเมตรตั้งแต่ 2,350-5,500 รอบต่อนาที ทำให้ M2 CS แรงกว่า M2 Competition 40 แรงม้า และแม้แรงบิดสูงสุดจะเท่าเดิมที่ 500 นิวตันเมตร แต่เพิ่มรอบการทำงานที่มีแรงบิดสูงสุด เป็น 5,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือก 2 แบบ ทั้งเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะและเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ M-DCT 7 Speed Double Clutch Transmission with DriveLogic

เกียร์ธรรมดา 6 สปีดของ M2 CS มีน้ำหนักเบาลง 12 กิโลกรัม เป็นเกียร์ 6 สปีดจากรถ 1M ที่ถูกปรับไส้ในเพื่อทำให้มีความทนทางและสามารถรับแรงได้ดีขึ้น ปลอกลูกปืนแบบคาร์บอนที่บริเวณซิงโครเมคเกียร์ พร้อมตัวช่วยในการเบิ้ลรอบเครื่องยนต์ตอนเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ (ระบบเบิ้ลรอบเครื่องยนต์จะไม่ทำงานในโหมด Sport Plus ซึ่งเป็นโหมดสูงสุดโดยปล่อยให้การใช้รอบเครื่องยนต์ขึ้นตรงต่อเท้าของผู้ขับ

ส่วนเกียร์ออโต้กึ่งอัตโนมัติใน M2 CS เป็นชุดเกียร์ที่ใช้คลัตช์ 2 ชุด ถอดแบบมาจากเกียร์ประสิทธิภาพสูงของ BMW M5/M6 และ M3 f80 M4 f82 ซึ่งก็คือเกียร์ทวินคลัตช์แบบเก่าของ M3 e92 M-DCT 7 Speed Double Clutch Transmission with DriveLogic แต่ถูกปรับไส้ในให้มีความแข็งแรงมากขึ้น เฟืองท้ายที่ถูกปรับอัตราทดให้สั้นลง ส่งผลให้การเปลี่ยนอัตราทดว่องไวขึ้น เกียร์สามารถรับแรงบิดที่เกินระดับ 500 นิวตันเมตร ได้อย่างสบาย เหมาะกับเจ้าของ M2 CS ที่นิยมนำรถไปจูนเพื่ออัพแรงม้าให้มากกว่าเดิม หรือนำไปลงแข่งในสนามแข่งรถ เฟืองท้ายแบบ M-Limited Slip Differential เป็นเฟืองแบบลิมิเต็ดไฟฟ้า มีกล่องสมองกลที่คอยรับข้อมูลที่ส่งมาจากหลายๆ ส่วน ซึ่งรวมถึงตำแหน่งของลิ้นปีกผีเสื้อ มุมองศาของพวงมาลัย จากนั้นระบบจะประมวลผลไปยังชุด Differential ว่าจังหวะใดควรจะปล่อย หรือล็อกเฟืองท้าย หรือล็อกแบบ 100% มันช่วยเข้ามาแทนที่การทำงานในแบบกลไกสปริง ทำให้การเกาะถนนดีขึ้น ลดอาการอันเดอร์สเตียร์ ทำให้รีดแรงบิดลงพื้นได้อย่างเต็มที่ ระบบ M Diff ซึ่งถูกใช้มาตั้งแต่รุ่นที่แล้วเป็นเฟืองท้ายแบบกลไกควบคุมด้วยสมองกลไฟฟ้า ซึ่งจะส่งถ่ายแรงบิดไปยังล้อหลังที่ใช้ในการขับเคลื่อน และทำให้มันเป็นรถสปอร์ตที่มี 2 บุคลิก คือ เกาะถนนสุดๆ กับดริฟต์แบบควันท่วมล้อได้ทั้งสองแบบ ขึ้นอยู่กับการเลือกโหมดการขับขี่และฝีมือของผู้ที่ควบคุม รุ่นที่สามของเกียร์ M-DCT วิศวกรของแผนก M-POWER ใช้การตั้งค่ามาตรฐานในแง่ของการรับแรงบิดและความสามารถในการเปลี่ยนเกียร์ ที่มีความรวดเร็วโดยไม่มีการประนีประนอม เกียร์กึ่งออโต้ลูกนี้ยังถูกออกแบบมา เพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน อัตราทดของชุดเกียร์ M-DCT ยังให้อารมณ์ของความเป็นรถสปอร์ตเมื่อขับเร็วขึ้น สำหรับการเปลี่ยนเกียร์ สามารถทำได้ทั้งแบบอัตโนมัติ ปล่อยให้โหมดการขับเคลื่อนตัดสินใจเลือกอัตราทดด้วยโปรแกรมของ ECU ที่ให้ควบคุมการทำงาน หรือเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ด้วยตัวของผู้ขับเอง โดยในโหมดอัตโนมัติ M-DCT ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์รวดเร็ว ไหลลื่นและไม่มีการหยุดชะงัก ช่วยให้ประสิทธิภาพของแรงบิดถูกปล่อยลงไปยังเฟืองท้ายได้ดีขึ้น ที่ความเร็วต่ำ ระบบคลัตช์คู่ ควบคุมเสถียรภาพการทำงานให้มีความลื่นไหลต่อเนื่อง เกียร์ M-DCT 7 สปีด ยังมีฟังก์ชั่นโหมด Drivelogic ที่สามารถเลือกโดยคนขับ เพื่อปรับระดับการตอบสนองของเกียร์ให้เข้ากับคาแรกเตอร์ของคนขับ ช่วยทำให้ BMW M2 CS มีความสะดวกสบายในการใช้งานในเมืองหรือจัดหนักในสนามแข่ง เกียร์ M-DCT 7 Speed Double Clutch ยังช่วยลดเวลาในการทำอัตราเร่ง 0-100 โดยสามารถทำได้ที่ 4.0 วินาที ที่ตำแหน่งเกียร์ 3 ด้วยการเปลี่ยนเกียร์ที่ว่องไวและมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

M2 CS มีมิติตัวถังยาว 4,461 มิลลิเมตร กว้าง 1,871 มิลลิเมตร สูง 1,414 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,693 มิลลิเมตร ระยะห่างช่วงล้อหน้า/หลัง 1,579 และ 1,601 มิลลิเมตร ความจุถังน้ำมัน 52 ลิตร M2 CS มีสีน้ำเงินฟ้าใหม่ Misano Blue Metallic ล้ออัลลอยแบบ Y Spoke ของ BMW M4 CS ขนาด 19 นิ้ว น้ำหนักของรุ่นเกียร์อัตโนมัติอยู่ที่ 1,650 กิโลกรัม

BMW M2 CS ใช้ฝากระโปรง และหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ ลิ้นหน้าคาร์บอน ครีบรีดอากาศขอบฝาท้าย แผ่น diffuser และกรอบกระจกมองข้างทำจากคาร์บอน

ช่วงล่างของ M2 CS ด้านหน้าเป็นแบบอิสระสตรัท Double-joint ปีกนกอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ยกช่วงล่างทั้งแพมาจาก M4 ด้านหลังแบบมัลติลิงก์ ปีกนกอะลูมิเนียม พวงมาลัยไฟฟ้า M Servotronic อัตราทดเฟืองอยู่ที่ 15.0:1 สามารถปรับน้ำหนักของพวงมาลัยด้วยสวิตช์ข้างคันเกียร์ ช่วงล่าง M Adaptive Suspension ปรับความหนืดของช่วงล่างตามการขับแบบอัตโนมัติ หรือปรับตามโหมดที่ผู้ขับเลือก เมื่อแรงขึ้นเบรกก็ต้องดีขึ้นเป็นเงาตามตัว M2 CS ติดตั้งระบบเบรก M Sport Brakes จานเบรกหน้าเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ถึง 400 มิลลิเมตร ด้านหลัง 380 มิลลิเมตร คาลิเปอร์สีเทาพร้อมผ้าเบรกขนาดโตกว่าปกติ ด้านหน้าเป็นคาลิเปอร์ 6 Pot และด้านหลังเป็นคาลิเปอร์แบบ 4 Pot คล้ายกับเบรกของ M2 Competition แต่ใช้จานเบรกที่มีขนาดใหญ่กว่า ล้ออัลลอยลายก้างปลาก็หยิบยืมมาจาก M4 CS ขอบ 19 นิ้ว ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ล้อหน้าไซส์ 245/35ZR ยางหลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนยัดยางไซส์ 265/35ZR ล้ออะลูมิเนียมลายก้างปลาน้ำหนักเบา ขนาด 19 x 9 นิ้ว ที่ล้อหน้าและ 19 x 10 นิ้ว ที่ล้อหลัง 

BMW M2 CS ใช้ค็อกพิตโทนสีเทา-ดำ เพื่อความง่ายในการประกอบงานภายใน บนสายการผลิตที่รีบเร่งแทบจะไม่ทันส่งรถให้กับลูกค้าที่เฝ้ารอและจองมานานกว่า 6 เดือน! ภายในของมันมีการปรับเปลี่ยนพวงมาลัยใหม่โดยใช้พวงมาลัย M4 วัสดุคาดกลางแผงแดชบอร์ดทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ลามไปถึงซุ้มเกียร์ที่ตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ แดชบอร์ดคอนโซลทำจากโฟมขึ้นรูปหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ หุ้มด้วยหนังกลับ Alcantara เบาะคู่หน้าเปลี่ยนใหม่โดยใช้เบาะของ BMW M4 เป็นเบาะปรับไฟฟ้าพร้อมกลไกการเลื่อนเบาะเพื่อเข้า-ออกจากเบาะหลัง และหน่วยความจำ 2 ระดับ เบาะหุ้มหนังแท้เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีฟ้า บริเวณใต้พนักพิงศีรษะของเบาะคู่หน้าแปะตราสัญลักษณ์ M2 CS รวมถึงถุงหนังแท้ที่ใช้หุ้มคันเบรกมือที่ใช้หนัง Alcantara เหมือนเดิม จอมอนิเตอร์หรือจอแสดงผลกลางที่เชื่อมต่อกับระบบควบคุม iDRIVE มีขนาด 8 นิ้ว ให้มาครบทั้งระบบต่อเชื่อมกับโทรศัพท์บลูทูธการต่อเชื่อมกับอุปกรณ์เล่นเพลง USB / iPad MP3 CD/DVD กล้องมองภาพด้านหลัง ระบบนำทางด้วยดาวเทียมเนวิเกเตอร์แบบใหม่ที่ให้รายละเอียดครบโดยเฉพาะการแสดงผลแบบ 3D จอภาพที่คมชัดยังเชื่อมต่อกับหน่วยแสดงผลการทำงานของระบบต่างๆ การปรับตั้งค่าโหมดการขับเคลื่อน รวมถึงยังสามารถแสดงผลแบบมาตรวัดทั้งแรงม้าและแรงบิดอย่างครบครัน

จอมอนิเตอร์หรือจอแสดงผลกลางที่เชื่อมต่อกับระบบควบคุม iDRIVE มีขนาด 8 นิ้ว ให้มาครบทั้งระบบต่อเชื่อมกับโทรศัพท์บลูทูธการต่อเชื่อมกับอุปกรณ์เล่นเพลง USB / iPad MP3 CD/DVD กล้องมองภาพด้านหลัง ระบบนำทางด้วยดาวเทียมเนวิเกเตอร์แบบใหม่ที่ให้รายละเอียดครบโดยเฉพาะการแสดงผลแบบ 3D จอภาพที่คมชัดยังเชื่อมต่อกับหน่วยแสดงผลการทำงานของระบบต่างๆ การปรับตั้งค่าโหมดการขับเคลื่อน รวมถึงยังสามารถแสดงผลแบบมาตรวัดทั้งแรงม้าและแรงบิดอย่างครบครันกลางแดชบอร์ดใต้จอภาพเป็นช่องแอร์ทรงเหลี่ยม ต่ำลงมาเป็นที่อยู่ของชุดเครื่องเสียงที่เรียบง่ายพร้อมช่องยัดแผ่น CD DVD แผงควบคุมเครื่องเสียง Harman Kardon ติดกับชุดควบคุมอุณหภูมิดิจิตอลแบบแยกโซน ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์สีแดงด้านขวามือมีปุ่มเล็กๆ อยู่ด้านบนเพื่อกดยกเลิกหรือใช้งานระบบ Auto Start/Stop ซุ้มเกียร์ M-DCT 7 สปีดแบบเรียบๆ ข้างคันเกียร์มีสวิตช์ปรับโหมดการขับเคลื่อนที่ปรับได้สามแบบ (Comfort / Sport / Sport +) ปุ่มควบคุมแบบสวิตช์ 5 ทิศทางในระบบ iDRIVE เวอร์ชั่นล่าสุดที่มีการปรับแต่งฟังก์ชั่นเพิ่มเติม สวิตช์ปรับตั้งการตอบสนองของระบบเกียร์ สวิตช์ปรับตั้งระดับการทำงานของพวงมาลัย

มาตรวัดแบบเข็มสไตล์คลาสสิกของรถ M-Car เปลี่ยนรายละเอียดของตัวเลขทั้งมาตรวัดรอบและมาตรวัดเครื่องยนต์ มาตรวัดรอบเครื่องยนต์ทางด้านขวาแปะตรา M ใต้มาตรวัดรอบเป็นจอภาพ MID multi information display แสดงอุณหภูมิภายนอก ระดับเชื้อเพลิงในถังต่อระยะทางที่วิ่งถึง ทริปมิเตอร์ A/B การชาร์จไฟเข้าแบตฯ ของระบบ Auto Start/Stop และอื่นๆ มาตรวัดความเร็วด้านซ้ายมีตัวเลขมาให้ถึง 300 กิโลเมตร

ตัวเลขสมรรถนะของ BMW M2 CS เวอร์ชั่นเกียร์ธรรมดา ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.2 วินาที ส่วนเวอร์ชั่นเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ M-DCT เร่งจาก 0-100 ได้เร็วกว่ามากแค่ 4.0 วินาที ความเร็วสูงสุดกับแพ็กเกจ M Driver’s Logic Package ปลดล็อกความเร็วจาก 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยสามารถไหลปลายไปได้ถึง 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

BMW Group Thailand จะนำ M2 CS เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างแน่นอน โดยอาจมีการเปิดรับจองเร็วๆ นี้ ส่วนรถคันจริงน่าจะได้เห็นในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ประมาณปลายเดือนมีนาคมของปีหน้า ด้วยราคาที่แพงกว่า 6,299,000 บาท ของ M2 Competition ไม่มากนัก และไม่น่าจะทะลุเกิน 6,500,000 บาท อย่างแน่นอน.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
– Website : www.thairath.co.th
– LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *