10 เรื่องราวด้านมืดแสนโหดร้ายที่แอบซ่อนในเกมที่คุณอาจจะคิดไม่รู้มาก่อน

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

10 เรื่องราวด้านมืดแสนโหดร้ายที่แอบซ่อนในเกมที่คุณอาจจะคิดไม่รู้มาก่อน

เมื่อพูดถึงองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างเกมขึ้นมา เนื้อเรื่องของเกมก็เป็นส่วนสำคัญที่เหล่านักพัฒนาและผู้เล่นต่างใส่ใจ เพราะต่อให้ตัวเกมจะมีระบบที่เล่นสนุกขนาดไหนก็ตามแต่ถ้าเนื้อเรื่องไม่สนุกมันก็อาจจะทำให้ผู้เล่นไม่พอใจ เราจึงได้เห็นเนื้อเรื่องที่แปลกใหม่น่าสนใจมากมายที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่ก็มีเกมบางเกมที่ดูภายนอกแล้วมันคือเกมที่มีเนื้อธรรมดาไม่ได้น่ากลัวสยองขวัญหรือโหดร้ายอะไร แต่นักพัฒนากับคนเขียนบทก็ได้แอบใส่หลาย ๆ สิ่งที่เป็นด้านมืดที่แสนโหดร้ายเอาไว้ โดยหลายอย่างนั้นตัวเกมจะไม่ให้เราเห็นตรง ๆ แต่จะมาแบบอ้อม ๆ บอกเราแบบผ่าน ๆ ถ้าไม่ตั้งใจอ่านหรือคิดตามก็จะไม่รู้ หรือบางทีเหล่านักพัฒนาก็ลืมคิดไปว่าสิ่งที่เขาทำไปนั้นมันคือความโหดร้ายถ้ามองในแง่ของเนื้อเรื่อง วันนี้เราเลยรวบรวมด้านมืดต่าง ๆ ที่ที่นักพัฒนาซ่อนอยู่ในเกมมาให้เราได้อ่านกันจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

การชูนิ้วโป้งของ Vault Boy ไม่ใช่การให้กำลังใจผู้เล่นจากเกม Fallout

Fallout

เริ่มต้นเรื่องแรกกับสิ่งที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับตัวละคร Mascot ในเกมซีรีส์ Fallout อย่าง Vault Boy ที่กำลังชูนิ้วโป้งให้คุณ ซึ่งสัญญลักษณ์นี้มันหมายถึงการแสดงความชื่นชมประมาณว่ายอดเยี่ยมมาก ๆ ยิ่งมีการกะพริบตาข้างหนึ่งด้วยยิ่งเพิ่มความหมายในการชมให้มากขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งสิ่งนี้มันเป็นภาษาสากลที่เราต่างรู้กันและรูปของ Vault Boy ชูนิ้วแบบนี้เราก็เห็นมาทุกภาคของซีรีส์ Fallout จนเราไม่คิดอะไร ซึ่งความจริงแล้วการชูนิ้วของเจ้า Vault Boy นั้นไม่ได้ต้องการให้กำลังใจผู้เล่นอย่างที่คิด เพราะการชูนิ้วโป้งแบบนี้หมายถึงการตรวจวัดรังสีจากนิวเคลียร์ที่ถูกสอนกันมาในสมัยสงครามเย็น โดยการวัดค่ารังสีนั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการชูนิ้วโป้งขึ้นฟ้าแล้วปิดตาข้างหนึ่ง(ข้างใดก็ได้มือข้างไหนก็ได้) ถ้าก้อนเมฆเล็กกว่านิ้วโป้งของคุณแปลว่าคุณอยู่ในระยะที่ปลอดภัย แต่ถ้าเมฆก้อนใหญ่กว่านิ้วโป้งก็ตัวใครตัวมัน ซึ่งนั่นเป็นการสอนที่ผิดและแน่นอนมันเคยสร้างความแตกตื่นมาแล้วกับคำสอนนี้ และนักพัฒนาก็เอามาใส่ในเกมโดยที่เราไม่รู้เลยว่าเจ้า Vault Boy มันกำลังล้อเลียนคุณ ประมาณว่านายกำลังคิดว่าฉันจะให้กำลังใจนายอยู่อย่างนั้นหรอเปล่าเลยฉันกำลังวัดรังสีอยู่ต่างหาก

Fallout

ด้านมืดของ Princess Peach ที่คุณคิดไม่ถึงจากเกม Super Mario

Super Mario

หนึ่งในเกมที่มีด้านมืดต่าง ๆ ซ่อนอยู่นั้นเกมในซีรีส์ Super Mario จัดว่าเป็นเกมที่มีด้านมืดแอบอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอิฐต่าง ๆ ที่เรากระแทกเล่นในเกมหรือเห็ดดอกไม้ที่เรากินเพื่อเพิ่มพลังนั้นมันคือคือชาวบ้านที่ถูกสาปโดย Koopa ซึ่งถ้าคุณคิดว่านั่นโหดแล้วยังมีโหดขึ้นไปอีกขั้นนั่นคือคนที่สามารถแก้คำสาปของ Koopa ที่สาปคนเป็นก้อนอิฐกับเห็ดได้นั้นคือ Princess Peach แต่ทำไมเธอถึงไม่คิดจะแก้คำสาปนั้น ยิ่งไปกว่านั้น Mario ที่รู้ทั้งรู้ว่านั่นคือชาวบ้านที่ถูกสาปเป็นอิฐเป็นเห็ดแต่กลับยังคงทำลายอิฐเล่นเอาเห็ดมากินเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเองแบบไม่สนใจอะไรทั้งนั้น และถ้าคุณจะบอกว่าสิ่งที่เราเขียนนั้นคือเรื่องที่แต่งขึ้น ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่เพราะข้อมูลทั้งหมดนั้นมาจาก Super Mario Brothers Manual นั่นจึงทำให้เรากลับมาคิดใหม่ว่าความจริงแล้วตัว Mario กับ Princess Peach คือคนดีจริง ๆ รึเปล่า

Super Mario

ผู้คนในเกม Stardew Valley  วนอยู่ในช่วงเวลาเดิม ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

Stardew Valley

มาต่อกันที่เกมแนวปลูกผักที่หลายคนชื่นชอบอย่าง Stardew Valley ที่เกมนี้จะให้เรารับบทเป็นหนุ่มน้อยที่ย้ายมาอยู่ในเมือง Pelican Town ที่แสนสงบสุขพร้อมแปลงที่ดินอันแสนว่างเปล่าที่เป็นมรดกตกทอด สิ่งที่เราต้องทำคือปลูกผักเลี้ยงสัตว์และไปคุยกับชาวบ้านในเมือง ที่ไม่ว่าคุณจะไปพูดกับพวกเขากี่ครั้งชาวบ้าน(บางคน) ก็จะพูดแต่ประโยคเดิม ๆ ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปกี่ปีกี่ฤดูกาลตัวละครเหล่านั้นก็ยังคงพูดแบบเดิม และแน่นอนเมื่อวันเวลาหรือเทศกาลกลับมาซ้ำวันเดิมแบบเดียวกับในปีที่แล้วตัวละครชาวบ้านเหล่านั้นก็จะมายืนที่เดิมพูดแบบเดิมทำแบบเดิมอยู่อย่างนั้น เหมือนกับว่าพวกเขาวนอยู่ในช่วงเวลาเดิม ๆ อยู่อย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยที่เราซึ่งเป็นตัวละครก็ไม่ได้สนใจหรือสังเกตเลยด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันช่างเหมือนกับที่เกิดขึ้นในปีที่แล้วเลย ซึ่งเอาจริง ๆ มันก็คือระบบของเกมที่นักพัฒนาใส่ลงไปและก็มีอีกหลายเกมที่เป็นแบบนี้ แต่พอเรามาคิดในแง่ของเนื้อเรื่องมันก็ดูมืดมนมาก ๆ ก็เท่านั้นเอง

Stardew Valley

วิญญาณหลอนในเกม Pokemon Black & White กับที่มาสุดเศร้า

Pokemon

เมื่อพูดถึงเกม Pokemon เชื่อว่าคนที่ชอบเรื่องราวลึกลับต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับวีดีโอเกมคงจะชื่นชอบ เพราะเกมในซีรีส์นี้มักจะมีเรื่องราวแปลก ๆ สยองขวัญที่ถูกแต่งขึ้นมามากมายทั้ง Pokemon ประหลาดที่ถูกซ่อนไปจนถึงเพลงที่เด็กซึ่งได้ฟังจะไปฆ่าตัวตายที่เอาเข้าจริง ๆ แล้วมันก็เป็นแค่เรื่องที่แต่งขึ้นมาตามอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ภายในเกม Pokemon เองก็ยังมีเรื่องราวลึกลับแปลก ๆ ซ่อนอยู่เหมือนกัน อย่างวิญญาณสาวน้อยที่ Marvelous Bridge ในเกมภาค Black & White ที่เมื่อเราเดินทางบนสะพานเราจะเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่แต่พอเข้าไปเธอก็จะหายตัวไปอย่างปริศนา พอถามคนที่ยืนตรงนั้นจะทราบว่าเด็กสาวถูกสาปให้อยู่ในฝันร้ายนิรันดร์จากฝีมือของ Pokemon ในตำนานอย่าง Darkrai และหนึ่งในภารกิจของเกมเราจะถูกส่งไปตามหาขนของ Cresselia มาแก้คำสาป แต่เมื่อเราได้ขนของ Cresselia มันก็สายเกินไปและเด็กผู้หญิงคนนั้นต้องติดอยู่ในฝันร้ายตลอดไป เนื้อเรื่องโหดร้ายมาก ๆ

Pokemon Black & White

เสียงร้องขอความช่วยเหลือและเจ็บปวดทรมานของ Headcrab Zombie ใน Half-Life

Half-Life

เรื่องนี้อาจจะเก่าหน่อยสำหรับชาวเกมเมอร์ที่เคยเล่นเกม Half-Life  มาก่อนน่าจะรู้จักเจ้า Headcrab ที่จัดเป็นสัตว์ประหลาดประเภทปรสิตที่สิงร่างของมนุษย์โดยการเกาะที่หัวก่อนจะยึดครองร่างสติความคิดของคน ๆ นั้น ซึ่งถ้าเรามองในแง่ของการออกแบบตัวละครในเกมแล้วเจ้า Headcrab Zombie นั้นก็จัดเป็นหนึ่งในตัวละครที่น่าขนลุกเวลาที่เจอมัน แต่มันก็ดูจะธรรมดาเกินไปเมื่อเทียบกับตัวละครสัตว์ประหลาดในวีดีโอเกม แต่สิ่งที่ทำให้ Headcrab Zombie ติดอันดับด้านมืดแสนโหดร้ายในบทความนี้นั่นก็เพราะความหลอนและน่าเศร้าของตัวละครตัวนี้ ที่เมื่อเราโจมตีมันด้วยปืนไฟหรืออาวุธต่าง ๆ เราจะได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน ซึ่งเสียงที่ฟังไม่รู้เรื่องนี้ ถ้าเอามาเพลย์ย้อนกลับก็จะเป็นคำที่ฟังรู้เรื่องขึ้นมา (Oh God, God Help Me) ก็อาจจะสื่อว่ามนุษย์ที่ยังมีสติความเป็นคนอยู่แม้จะโดน Headcrab ยึดร่าง และเขาหรือเธอจะร้องขอความช่วยเหลือจากเราด้วยความเจ็บปวดทรมานเหมือนร้องขอความตายจากเรา นั่นก็หมายความว่าเจ้า Headcrab แทบไม่เป็นอะไรเลยขณะที่ร่างมนุษย์ที่มันสิงกำลังทรมานจากการโจมตีของเรา แค่คิดก็สยองแล้ว

Half-Life

Little Sister คือเด็กที่ถูกลักพาตัวมาจากเกม BioShock 2

BioShock

มาต่อกันที่สาวน้อยน่ารักที่ใครซึ่งเคยเล่นเกม BioShock ทั้ง 2 ภาคมาก่อนน่าจะรู้จักเด็กสาวที่ถือเข็มฉีดยาและดูดอะไรบางอย่างจากศพคนตายอย่าง Little Sister และการมาของเธอนั้นก็จะมาพร้อมกับหุ่นยนต์ตัวใหญ่ที่ชื่อว่า Big Daddy สำหรับคนที่ไม่เคยเล่นเกม BioShock ภาคแรกนั้นจะเล่าถึง Jack หนุ่มดวงซวยที่เครื่องบนตกกลางทะเล ก่อนจะพบทางเข้าในเมืองใต้ทะเลที่ชื่อว่า Rapture แต่ผู้คนที่อยู่ที่นั่นเสพติดสารบางอย่างที่ให้พลังพร้อมความบ้าคลั่งจนฆ่ากันเอง เราจึงต้องหาทางหนีออกมาจากที่นั่น โดยในเกมนี้เราจะมีพลังพิเศษจากการฉีดยาแบบคนในเมืองเพื่อใช้ในการต่อสู้ และสิ่งหนึ่งที่สำคัญในเกมคือ Adam สารที่สำคัญที่เราสามารถได้จากเด็กสาวที่มาเก็บจากศพ และเด็กสาวเหล่านี้ก็คือเด็กธรรมดาที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมให้ปรับตัวเข้าสภาพแวดล้อมในเมืองใต้บาดาลเพื่อมีหน้าที่จะเรียกคืน Adam จากศพในเมือง Rapture

BioShock

ซึ่งตอนแรกนั้น Little Sister มาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อจับเด็กผู้หญิงมาดัดแปลงเป็น Little Sister แต่เมื่อจบภาคแรก Little Sister ได้เสียชีวิตและหนีออกไปพร้อมกับ Jack หลายคน พอมาใน BioShock 2 ที่เป็นการเล่าเรื่องราวต่อจากภาคที่แล้วจึงต้องมีการลักพาตัวเด็กผู้หญิงที่เล่นน้ำตามชายหาดมาเป็น Little Sister โดยที่เด็กบางคนยังมีความทรงจำและความรู้สึกสมัยเป็นมนุษย์อยู่ และภายในเกมเราก็สามารถเลือกที่จะช่วย Little Sister โดยการรักษาเธอให้เป็นเด็กปกติหรือฆ่าเธอเพื่อดูดเอา Adam จากตัวเด็ก เรียกว่าที่มาที่ไปโหดร้ายมาก ๆ ถ้ามองในแง่มุมของเนื้อเรื่อง

BioShock

วิญญาณผีสาวผู้อาฆาตแค้นกับที่มาอันแสนเศร้าจากเกม Grand Theft Auto 5

Grand Theft Auto 5

เมื่อพูดถึงผีสาวในเกม Grand Theft Auto V หรือ GTA 5 เชื่อว่าคนที่เล่นเกมนี้มาก่อนคงจะคุ้นเคยและคงจะไปล่าท้าผีกันมาแล้วอย่างแน่นอน ส่วนคนที่เพิ่งเคยเล่นเกมนี้หรือยังไม่ทราบก็ลองเข้าเกม GTA 5 แล้วไปที่ Mount Gordo (ตามรูป) ในเวลา 23.00 ถึง 0.00 เราจะพบกับวิญญาณหญิงสาวที่แสนน่ากลัวยืนอยู่พร้อมข้อความเลือดที่เขียนบนพื้นว่า JOCK สำหรับคนที่อยากไปล่าท้าผีก็แนะนำให้เอาปืนไรเฟิลแบบติดกล้องมองระยะไกลไปด้วย ไม่ใช่เอาไปยิงผีแต่เอาไว้ส่องผีเพราะเมื่อเราเข้าไปใกล้วิญญาณจะหายไปทันทีเหลือแต่อักษรเลือด

Grand Theft Auto 5

และสิ่งที่ทำให้วิญญาณหญิงสาวมาอยู่ในบทความนี้ก็เพราะที่มาที่ไปของเธอที่เกมบอกกับเรา (ถ้าใครไปค้นหาความจริง) โดยตัวของผีสาวมีนามว่า Jolene Cranley  เป็นภรรยาของ Jock Cranley อดีตนักแสดงผาดโผนที่มีชื่อเสียงในช่วงปี 1980 ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งคู่ก็อยู่ที่  Blaine County ก่อนที่ Jock จะตัดสินใจย้ายมาที่ Los Santos (เมืองในเกม GTA 5) ซึ่งตัวของ Jolene ไม่เห็นด้วยจึงมีปากเสียงกันบ่อยครั้งก่อนที่สามีจะลวงภรรยามาที่ Mount Gordo และผลักเธอลงไปเสียชีวิต ภายหลังสามีถูกจับแต่ด้วยหลักฐานที่ไม่มากพอเขาจึงถูกปล่อยตัวและกลายเป็นนักแสดงผาดโผนที่มีชื่อเสียงในเวลาต่อมา ขณะที่ Jolene ก็เป็นวิญญาณอาฆาตที่รอการแก้แค้นบนภูเขา เรียกว่าที่มาที่ไปของผีสาวช่างแสนหดหู่จริง ๆ

Grand Theft Auto 5

เมื่อตัวละครหลงรักผู้เล่นและเธอรู้ว่าตัวเองเป็นแค่เกมใน Doki Doki Literature Club!

Doki Doki Literature Club!

ถ้าพูดถึงเกมที่มีด้านมืดสุดโหดร้ายและหลอนเข้าไส้เกม Doki Doki Literature Club! ต้องติดอันดับด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะใครที่ได้เล่นเกมนี้ต่างยกนิ้วให้ในความคิดสร้างสรรค์ของทีมพัฒนา ที่เอาระบบเกมมาใช้กับผู้เล่นอย่างเราได้อย่างลงตัวและหลอนแบบสุด ๆ ซึ่งสำหรับคนที่ไม่รู้จักเกม Doki Doki Literature Club! จะเป็นเกมจีบสาวธรรมดา ๆ ที่เราจะได้เป็นหนุ่มดวงดีที่ต้องเข้าชมรมวรรณกรรมที่มีสาวน่ารัก 4 คนให้จีบ ตัวเกมมันก็คือเกมจีบสาวทั่วไป แต่ความหลอนและสยองขวัญจะเริ่มต้นหลังจากเล่นรอบแรกจบไปแล้ว และเมื่อเล่นรอบที่ 2 ตัวเกมก็จะเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นเหมือนเกมเดิมที่เราเล่นในรอบที่แล้ว แต่เมื่อเราจีบสาวคนไหนจนเธอยอมเป็นแฟนกับเราแล้วความสยองจะเกิดขึ้นทันที เพราะระหว่างที่เรากำลังคุยกับสาวเหล่านั้นจู่ ๆ เธอก็เอามีดมาแทงตัวเองหรือไม่ก็ผูกคอตายต่อหน้าเราแบบไม่มีเหตุผล ซึ่งในการเล่นรอบที่แล้วไม่มีแบบนี้ !

Doki Doki Literature Club!

และไม่ว่าคุณจะจีบคนไหนพวกเธอจะฆ่าตัวตายหมดยกเว้นคนเดียวที่เราจะจีบเธอไม่ได้นั่นคือ Monika และระหว่างเล่นเกมก็จะค้างกระตุกภาพขาด ๆ หาย ๆ หรือบางทีก็จอดับไปดื้อ ๆ ก่อนจะติดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมภาพสาว ๆ ที่ฆ่าตัวตายจนหลายคนคิดว่าเกมที่ตัวเองเล่นไฟล์เสียรึเปล่า ก่อนที่ตัวเกมจะเฉลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในเกมนี้นั้นคือฝีมือของ Monika ที่ตัวของเธอนั้นมีความคิดเป็นของตัวเอง และเธอก็รู้ว่าตัวเองเป็นแค่โปรแกรมในเกมธรรมดาแต่เธอก็หลงรักเรามาก ๆ (แต่ในเกมจีบเธอไม่ได้) และเธอก็รู้สึกหึงหวงเรามาก ๆ ที่เห็นเราไปจีบคนอื่นเธอจึงไปแก้โปรแกรมเกมให้เสียและเปลี่ยนให้สาว ๆ เหล่านั้นตายให้หมด ซึ่งสิ่งสุดท้ายที่เราจะได้เห็นในเกมนี้คือภาพของ Monika ที่นั่งจ้องหน้าเราอยู่แบบนั้นโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนกับว่า Monika อยากอยู่กับเราตลอดไป นับเป็นไอเดียที่หลอนแปลกแหวกแนวมาก ๆ เลยทีเดียว ใครไม่เคยเล่นแนะนำให้หามาลองดูแล้วจะรู้ว่าเกมนี้หลอนนาดไหน

Doki Doki Literature Club!

ศพในห้องน้ำจากเกม The Last of Us

The Last of Us

เมื่อพูดถึงด้านมืดที่แสนโหดร้ายเกมแนวซอมบี้ดูเหมือนจะกินขาดเกมแนวอื่นไปได้ในทันที  เพราะถ้าใครที่เคยดูหนังหรือเล่นเกมแนวซอมบี้จะทราบดี ว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในจักรวาลซอมบี้ไม่ใช่ตัวผีดิบกินคนกระหายเลือดแต่เป็นมนุษย์ด้วยกันเองต่างหากที่น่ากลัวที่สุด แต่อีกสิ่งที่แสดงถึงความโหดร้ายและด้านมืดได้ดีอีกอย่างของเกมแนวซอมบี้คือซากศพในเกม ซึ่งเกม The Last of Us ก็ได้นำเสนอเรื่องนี้ได้อย่างน่าสนใจ เพราะถ้าใครที่ได้เล่นเกมนี้หรือสังเกตดูดี ๆ คุณจะเห็นว่ามีซากศพอยู่ในห้องน้ำหลายฉากมาก ๆ ตลอดการเดินทางของตัวละครในเกม

The Last of Us

ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าซากศพในห้องน้ำมันแปลกตรงไหน ? หรือว่ากำลังปลดทุกข์อยู่แล้วซอมบี้มากัด ? ซึ่งมันไม่ใช่แบบนั้นแน่นอน แต่ถ้าเราย้อนมาดูที่หลักความเป็นจริง เวลาที่คุณเจอเรื่องเลวร้ายอย่างคนบ้าซอมบี้คลั่งไล่กัดคุณ ตอนนั้นสิ่งที่คุณคิดออกตอนวิ่งหนีและคิดว่ามันจะปลอดภัยที่สุดก็คือห้องน้ำ เพราะมันคือสถานที่ปิดตายที่คงไม่มีตัวอะไรอยู่ในนั้นแน่นอน แต่ก่อนคนที่จะเข้าไปเขาอาจจะบาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว หรืออาจจะฆ่าตัวตายเมื่อรู้ว่าตัวเองถูกกัด นั่นจึงเป็นคำตอบที่ว่าทำไมเราถึงเจอศพในห้องน้ำมากกว่าที่อื่นในบ้าน หรือบางทีห้องน้ำก็ใช้เป็นสถานที่ฆ่าตัวตายอย่างสงบเพื่อหนีปัญหาอย่างคู่รักในอ่างน้ำที่เราเห็นในรูปอีกด้วย เรียกว่าหดหู่มืดมนจริง ๆ

The Last of Us

ส่งนักรบเป็นใบ้ไปฆ่าจอมมารด้วยไม้หอกไม้ไผ่กับโล่หนังในเกม Dragon Quest 1

Dragon Quest 1

ปิดท้ายด้วยเกม RPG ในตำนานที่หลายคนคงจะสงสัยว่าเกม Dragon Quest 1 นั้นจะมีด้านมืดแสนโหดร้ายซ่อนอยู่ด้วย ? เพราะตลอดทั้งเกมที่เราได้เล่นนั้นมันก็คือเกมภาษาธรรมดาที่เราจะได้รับบทเป็นผู้กล้าไร้ชื่อที่ต้องไปปราบราชามังกรที่จับเจ้าหญิงไป โดยปราสาทราชามังกรนั้นก็อยู่อีกฟากหนึ่งของเมือง (ดูรูปประกอบ) แต่ในจักรวาล Dragon Quest 1 นั้นไม่มีเรือสิ่งที่เราทำได้คือการรวบรวมของวิเศษเพื่อสร้างสะพานสายรุ้งข้ามไปยังปราสาทจอมมาร

Dragon Quest 1

ซึ่งความโหดร้ายและด้านมืดที่เกมนี้มีไม่ใช่การที่เราไปฆ่ามอนสเตอร์ไร้ทางสู้หรือการไปปราบราชามังกรกับชาวบ้านที่พูดได้แค่ประโยคเดียวซ้ำ ๆ เหมือนเกม Stardew Valley แต่มันคือความโหดร้ายทางด้านเนื้อเรื่องที่เราจะได้เล่นเป็นนักรบไร้ชื่อแถมเป็นใบ้ ที่จู่ ๆ พระราชาก็ยกตำแหน่งนักรบผู้กล้าให้เราก่อนจะส่งเราไปปราบราชามังกร ที่เมื่อดูจากตัวละครในเกมแล้วเราจะเห็นว่าตัวละครเรานั้นสวมชุดเกราะถือดาบมีโล่ดูพร้อมจะไปรบ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วเมื่อเราเข้าไปดูในเมนูเกมสิ่งที่เรามีจะเป็นแค่หอกไม้ไผ่กับโล่หนังเท่านั้น ครับคุณอ่านไม่ผิดแบบนั้นจริง ๆ นั่นคือสิ่งที่พระราชามอบให้เราที่เป็นผู้กล้าไปปราบราชามังกรเพื่อช่วยเจ้าหญิงลูกสาวสุดที่รัก ถ้าคิดในมุมของเกมมันก็คืออุปกรณ์เริ่มต้นเพื่อไม่ให้เราเก่งตั้งแต่แรก แต่ในแง่ของเนื้อเรื่องมันดูโหดร้ายเหมือนส่งเราไปตายมากกว่าจะส่งไปปราบปีศาจ เพราะในความเป็นจริงถ้าคุณมีอาวุธแค่นี้แล้วเดินออกไปนอกเมืองที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์คงจะต้องตายในครึ่งวันแน่นอน

Dragon Quest 1

ก็จบกันไปแล้วกับ 10 เรื่องราวด้านมืดในเกมที่เราเอามานำเสนอหวังว่าคงจะถูกใจกันไม่มากก็น้อย โดยเรื่องราวเกือบทั้งหมดนั้นจะเป็นในส่วนของเนื้อเรื่องมากกว่าระบบของเกมที่เราพยายามหามุมมองแปลก ๆ ที่น่าสนใจมานำเสนอ และถ้าใครมีมุมมองด้านมืดที่เป็นเนื้อเรื่องแปลก ๆ ก็เอามาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ เพราะยังมีเนื้อเรื่องด้านมืดแปลก ๆ ที่น่าสนใจอยู่อีกหลายเกมส่วนครั้งหน้าจะเป็นเรื่องราวอะไรที่เกี่ยวกับเกมอีกก็ติดตามกันได้ที่นี่ที่เดียว

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

10 เรื่องราวด้านมืดแสนโหดร้ายที่แอบซ่อนในเกมที่คุณอาจจะคิดไม่รู้มาก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Social Media Auto Publish Powered By : XYZScripts.com