เปิดมุมมองหุ้นไอพีโอท่ามกลางราคาที่ต่ำจอง น่าสนใจลงทุนแต่ราคาต้องเหมาะสม

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

เปิดมุมมองหุ้นไอพีโอท่ามกลางราคาที่ต่ำจอง  น่าสนใจลงทุนแต่ราคาต้องเหมาะสม

ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีหุ้น IPO ต่างทยอยเข้าซื้อขาย (เทรด)ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวนมาก ทั้งสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน แต่ก็สร้างความผิดหวังเช่นเดียวกัน ซึ่งหลายบริษัทก็ให้เหตุผลเดียวกันว่า สภาะตลาดไม่เอื้ออำนวย ซึ่งจากปัจจัยต่างๆนาๆ นั่นก็หมายความว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน”
ทั้งนี้ตั้งแต่เดือนส.ค.จนถึงปัจจุบัน (14 พ.ย.62) รวมๆแล้วราว 3 เดือนกว่าๆ มีหุ้นไอพีโอทยอยเข้าเทรด ทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รวมทั้งสิ้น 10 หลักทรัพย์ แบ่งเป็น SET จำนวน 6 หลักทรัพย์ และ mai จำนวน 4 หลักทรัพย์
โดยหุ้นที่เป็นไฮไลท์ และถูกพูดถึงมากที่สุด นั่นคือ AWC และ SHR ซึ่ง AWC ได้เข้าซื้อขายใน SET เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2562 เป็นวันแรก ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเปิดเทรดวันแรก 6 บาท เท่ากับราคาไอพีโอ และปิดเทรดที่ราคา 6.05 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 0.83% จากราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ 6 บาทต่อหุ้น แต่หลังสิ้นสุด Greenshoe ไปแล้วเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ราคาหุ้นร่วงทันทีตั้งแต่วันแรกที่สิ้นสุด Greenshoe โดยล่าสุดวันที่ 13 พ.ย.62 ราคาหุ้นปิดการซื้อขายที่ระดับ 5.35 บาท ลดลง 10.83% จากราคาไอพีโอ
ส่วน SHR เข้าเทรดเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมาเป็นวันแรก ใน SET กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ โดยเปิดตลาดที่ราคา 5 บาทต่อหุ้น ลดลง 3.85% จากราคาไอพีโอ ก่อนมาปิดตลาดที่ 4.14 บาท ลดลง 1.06 บาท หรือลดลง 20.38% จากราคาไอพีโอ 5.20 บาทต่อหุ้น ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 2,011.96 ล้านบาท โดยล่าสุดวันที่ 13 พ.ย.62 ราคาหุ้นปิดการซื้อขายที่ระดับ 4.14 บาท ลดลง 20.38% จากราคาไอพีโอ
ล่าสุดวันที่ 14 พ.ย. ถึงคิวฉายแววของหุ้น BC ที่ลงสนามเทรดตลาด mai ในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ด้วยราคาไอพีโอ 2.86 บาทต่อหุ้น แต่ก็สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน โดยทำราคาเปิดการซื้อขายที่ระดับ 2.40 บาท ลดลง 16.08% ต่ำกว่าราคาไอพีโออีกหนึ่งตัว

 

 

 

เอเซีย พลัส มองนักลงทุนไม่เข้าใจงบการเงิน

โดย นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ของ BC ได้ให้เหตุผลว่า จากราคาหุ้น BC ต่ำกว่าราคาไอพีโอนั้น มองว่าส่วนหนึ่งจะมาจากงบการเงินของ BC เข้าใจยาก โดยนับจากนี้เราต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้นักลงทุนได้เข้าใจ โดยงบการเงินรวมงวด 9 เดือน บริษัทมีผลขาดทุน 0.82 ล้านบาท เพราะยังแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจากโครงการที่เรายังไม่ได้ขาย
แต่งบการเงินเฉพาะกิจการมีกำไรสุทธิ 15.33 ล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 13.81 ล้านบาท โดยงบการเงินเฉพาะกิจการ จะสะท้อน BC มากที่สุด ดังนั้นหากจะดูงบ BC แนะนำให้ดูงบเฉพาะกิจการ นั่นหมายความว่า บริษัทยังสามารถจ่ายเงินปันผลได้
ขณะเดียวกันหุ้นไอพีโอธุรกิจใกล้เคียงกันที่เข้าตลาดก่อนหน้านี้ ยังมีกระแสข่าวลบ โดยได้เอา BC ไปรวมกับหุ้นกลุ่มนี้ ซึ่งอาจจะทำให้นักลงทุนเกิดความกังวล หรือตกใจ ทั้งที่ไม่เกี่ยวกันเลย น่าจะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้นต่ำกว่าราคาไอพีโอ
ด้านนายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BC ระบุว่า แม้ราคาหุ้นที่ต่ำกว่าไอพีโอ แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการขายหุ้น BC ออกอย่างแน่นอน โดยคาดว่ารายได้ในปี 2564 จะเติบโตเท่าตัวจากปี 2562 เนื่องจากหลังได้เงินระดมทุนทำให้มีโอกาสพัฒนาและเปิดโครงการใหม่เพื่อขายเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าขายปีละไม่ต่ำกว่า 4 โครงการ จากเดิมปีละ 1-2 โครงการ ซึ่งมูลค่าต่อโครงการเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 700-800 ล้านบาท

 

 

เปิดสถิติหุ้นไอพีโอ 6 ตัวล่าสุด ต่ำจอง 2 ตัว

สำหรับหุ้นไอพีโอที่ทยอยเข้าเทรดตั้งแต่ช่วงเดือนส.ค.จนถึงปัจจุบัน (14 พ.ย.62) นั้น ยังมี DOHOME, CPW, RBF, ACE, KUMWEL, INSET, IP โดย SET เริ่มจาก ACE ที่เข้าเทรด SET สดๆร้อน เมื่อวันที่13 พ.ย.ที่ผ่านมา ในกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค โดยเปิดตลาดที่ราคา 4.50 บาท เพิ่มขึ้น 2% จากราคาไอพีโอที่ 4.40 บาทต่อหุ้น ก่อนจะมาปิดตลาดที่ราคา 4.64 บาท เพิ่มขึ้น 5.45% โดยล่าสุดวันที่ 13 พ.ย.62 ราคาหุ้นปิดการซื้อขายที่ระดับ 4.64 บาท เพิ่มขึ้น 5.45% จากราคาไอพีโอ
ส่วน RBF เข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นวันแรกเมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดอาหารและเครื่องดื่ม โดยเปิดตลาดที่ราคา 4.08 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 23.64% จากราคาไอพีโอ ที่ 3.30 บาทต่อหุ้น ก่อนจะมาปิดตลาดที่ราคา 4.36 บาท เพิ่มขึ้น 32.12% โดยล่าสุดวันที่ 13 พ.ย.62 ราคาหุ้นปิดการซื้อขายที่ระดับ 4.58 บาท เพิ่มขึ้น 38.78% จากราคาไอพีโอ
ขณะที่ CPW เข้าเทรดใน SET เป็นวันแรกเมื่อวันที่ 18 ต.ค.62 ที่ผ่านมา ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดธุรกิจพาณิชย์ โดยเปิดตลาดที่ราคา 2.68 บาท เพิ่มขึ้น 12.61% จากราคาไอพีโอที่ราคา 2.38 บาท/หุ้น ระหว่างวันปรับตัวขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 2.72 บาท ก่อนจะมาปิดตลาดที่ราคา 2.52 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 0.14 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 5.88% โดยล่าสุดวันที่ 13 พ.ย.62 ราคาหุ้นปิดการซื้อขายที่ระดับ 2.02 บาท ลดลง 15.12% จากราคาไอพีโอ
ด้าน DOHOME เข้าซื้อขายใน SET วันที่6 ส.ค.62 ทำราคาเปิดการซื้อขายที่ 7.80 บาทเท่ากับราคาไอพีโอ แต่สามารถปิดตลาดที่ราคาสูงสุด 8.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.90 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 11.54% จากราคาไอพีโอที่ราคา 7.80 บาทต่อหุ้น โดยล่าสุดวันที่ 13 พ.ย.62 ราคาหุ้นปิดการซื้อขายที่ระดับ 12.10 บาท เพิ่มขึ้น 55.12% จากราคาไอพีโอ
มาถึงตลาด mai กันบ้าง เริ่มจาก IP ที่เข้าเทรดตลาด mai เมื่อวันที่ 5 พ.ย.62 เป็นวันแรก กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเปิดตลาดที่ราคา 7.50 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 7.14% จากราคาไอพีโอที่ 7 บาทต่อหุ้น ก่อนจะมาปิดตลาดที่ราคา 9 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 28.57% โดยล่าสุดวันที่ 13 พ.ย.62 ราคาหุ้นปิดการซื้อขายที่ระดับ 8.45บาท เพิ่มขึ้น 20.71% จากราคาไอพีโอ
INSET ได้เข้าเทรดเมื่อวันที่ 8 ต.ค.62 ในตลาด mai เป็นวันแรก กลุ่มเทคโนโลยี โดยเปิดตลาดที่ราคา 2.94 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 9.29% จากราคาไอพีโอที่ 2.69 บาท/หุ้น ก่อนจะมาปิดตลาดที่ราคา 2.82 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 4.83% โดยล่าสุดวันที่ 13 พ.ย.62 ราคาหุ้นปิดการซื้อขายที่ระดับ 2.76 บาท เพิ่มขึ้น 2.60% จากราคาไอพีโอ
KUMWEL ได้เข้าเทรดเมื่อวันที่ 1 ส.ค.62 ในตลาด mai เป็นวันแรก ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยเปิดตลาดที่ราคา 1.24 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 12.73% จากราคาไอพีโอที่ 1.10 บาทต่อหุ้น ก่อนจะมาปิดตลาดที่ราคา 1.16 บาท เพิ่มขึ้น 5.45% โดยล่าสุดวันที่ 13 พ.ย.62 ราคาหุ้นปิดการซื้อขายที่ระดับ 0.79 บาท ลดลง 28.18% จากราคาไอพีโอ

 

 

บล.ทิสโก้เชื่อ ภาวะหุ้นไอพีโอ ตอนนี้สถานการณ์ยังดีอยู่

ด้านนายไพบูลย์ นรินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ภาวะหุ้นไอพีโอในตอนนี้ มองว่าสถานการณ์ยังดีอยู่ การตอบรับของนักลงทุนยังมีอยู่มาก และความเชื่อมั่นไม่ได้เสียไป แต่สิ่งสำคัญคือ การตั้งราคา และคุณภาพของบริษัทจดทะเบียน
“ผมมองว่า ความเชื่อมั่นของ IPO ไม่ได้เสีย การตอบรับนักลงทุนยังดี แต่สิ่งสำคัญที่หุ้น IPO ในตอนนี้คือ การตั้งราคาที่ต้องเหมาะสม และคุณภาพของบริษัทจดทะเบียนที่ดีจะช่วยให้การตอบรับของหุ้น IPO นั้นจะดีมากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม CEO บล.ทิสโก้ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกับหุ้น ipo ในช่วงที่ผ่านมา
“นับจากนี้เราก็ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่า หุ้นตัวนั้นๆ จะยังรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้นได้หรือไม่ เพราะยังมีปัจจัยที่ท้าทายอย่างมาก ทั้งสภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และต่างประเทศ แต่ถ้าหากผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ นั่นก็หมายถึงความแข็งแกร่งของหุ้นตัวนั้นๆด้วยเช่นกัน เพราะบรรทัดสุดท้ายแล้ว เราก็ต้องดูที่พื้นฐานของบริษัท ว่ามีโอกาสการเติบโตมากน้อยแค่ไหน”

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *