มั่นใจ’ รัฐ’ ดันจำนำยุ้งฉางสกัดหอมมะลิล้นทะลัก

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย และในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึง สถานการณ์ข้าวหอมมะลิในปีนี้ เป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ยากนักแตกต่างจากปีที่ผ่านมา (61/62)เพราะกำลังซื้อ สภาพคล่องของโรงสีที่มองเห็นกันอยู่ กับสถานการณ์ของโรงสีที่ผ่านมา มีความอ่อนแอลงมาก เนื่องจากสถานการณ์ในปีที่ผ่านมา (2561/62) ราคาขึ้นค่อนข้างที่รุนแรง มีการซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการที่ขายล่วงหน้าซื้อของไม่ทันเกิดการขาดทุนเจ็บตัวกันไปทั่วหน้า ส่วนผู้ประกอบการที่ตั้งตัวทันก็ไล่ซื้อทำกำไรได้ อีกทั้งปี61/62มี ปัญหา ภัยแล้งในช่วงข้าวตั้งท้องออกรวง ในพื้นหลายจังหวัดในเขตติดต่อทุ่งกุลาร้องไห้

ส่วนในปีนี้62/63 ผู้ประกอบการโรงสีหลายราย ก็กลัวเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่าจะซำรอย จึงไม่กล้าที่จะขายล่วงหน้าในจำนวนมากนัก คือต่างก็ค่อยๆทำดูจังหวะ แต่เนื่องจากข้าวปีนี้ออกมาล่าช้ากว่าทุกปี แต่เมื่อออกก็ออกมาพร้อมกันทั้งเหนือ กลาง อีสาน เมื่อผู้ประกอบการโรงสีเริ่มซื้อข้าวเปลือกและมีจำนวนมากขึ้นจำเป็นต้อง ระบายขายข้าวสารออกไปให้กับผู้ซื้อเพื่อส่งออก  ทั้งนี้ผู้ซื้อก็เห็นสถานการณ์ในตลาดที่กำลังเกิดขึ้นว่ามีผู้จะขายทำการขายมากขึ้น ก็ดึงราคาลงและลงมาอย่างรวดเร็วด้วย อาจเนื่องมาจากมีของ (ข้าวสาร) พอใช้แล้ว จึงไม่เร่งรีบที่จะรับซื้อ หรืออาจเกิดจากสาเหตุใดก็แล้วแต่ ที่ทำให้โรงสีระบายขายสารข้าวได้ลำบากและเสี่ยงต่อการขาดทุน และที่สำคัญโรงสีต้องรับซื้อผลผลิตของเกษตรกรทุกวัน โดยชำระเป็นเงินสดให้แก่เกษตรกร

ส่วนสาเหตุนั่นก็สืบเนื่องมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา(61/62) ในปี 61/62 ราคาส่งออกนั้นสูงมาก ประมาณ 1,100-1,200 ดอลล่าสหรัฐฯต่อตัน ทำให้ปริมาณการส่งออกปีที่ผ่านมาเริ่มลดลงมากกว่าทุกๆปี คือขายได้ราคาแต่ไม่มีจำนวนปริมาณที่สูง  ปัจจัยหนึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากข้าวหอมไทย (ข้าวหอมปทุมธานี) ที่เข้ามาทดแทนในตลาดส่งออกก็มีสัดส่วนที่มากขึ้น รวมทั้งผู้นำเข้าก็หันไปหาผู้ส่งออกที่เป็นประเทศคู่เเข่งที่มีราคาถูกกว่า และลูกค้าต่างประเทศก็ดูท่าที่เหมือนกัน

ส่วนในปีนี้ไม่แน่ใจว่าจะมีการส่งออกในช่วงต้นฤดูที่เป็น ”ข้าวสารหอมมะลิใหม่” มากน้อยแค่ไหนและราคานั้นเป็นอย่างไร ก็อยู่ที่ภาคการส่งออกเป็นหลักบวกกับในปีนี้โรงสีภาคกลาง ที่เคยขึ้นไปซื้อข้าวในภาคอีสานและภาคเหนือ มีจำนวนน้อยกว่าทุกปีมาก สาเหตุมาจาก ติดสต๊อกข้าวหอมปทุมธานี ที่รับซื้อมา ราคาลงอย่างรุนแรงขายไม่ออก รวมถึงราคาข้าว 5% ก็มีปัญหาเช่นกัน ทำให้ขาดสภาพคล่อง

ในการรับซื้อข้าวเปลือก ซึ่งที่ผ่านมาเป็นเรื่องปกติที่โรงสีภาคกลางจะขึ้นไปซื้อข้าวหอมมะลิทางภาคอีสานเนื่องจากโรงสีภาคกลางทั้งหมดรวมกันนั้นมีกำลังผลิตสูงมาก  แต่ที่ปีขึ้นไปน้อยก็เนื่องจากเรื่องของการไม่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินเท่าที่ควรอีกด้วย เพราะอดีตที่ผ่านมาในช่วง 3-4 ปีนี้ ได้มีการปรับลดตัดวงเงินกลุ่มธุรกิจโรงสีลงมาก เนื่องจากมองว่าธุรกิจโรงสีมีความเสี่ยง แต่ก็ยังรักษาสถานะการเงินของโรงสีอยู่บ้างบางรายคือเฉพาะรายที่ยังมีผลประกอบการที่พออยู่ได้หรือมีกำไร แต่ส่วนใหญ่จะถูกปรับลดวงเงิน

รวมทั้งสถานการณ์ปัจจุบันโรงสีที่รับซื้ออยู่ขณะนี้ก็ซื้อบ้างหยุดบ้าง เนื่องจากอบไม่ทัน การเงินสะดุด และต้องจัดการบริหาร เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวเหม็นเปรี้ยวเสียหาย เพราะการจัดการข้าวเปลือกหอมมะลิมีความละเอียดอ่อนต้องใส่ใจอย่างมาก  โรงสีเมื่อซื้อข้าวเปลือกมาแล้วต้องสีเป็นข้าวสารขายให้กับผู้ซื้อเพื่อการส่งออกเป็นหลักซึ่งนิยมบริโภคข้าวใหม่ และจำหน่ายข้าวเก่าให้กับร้านค้าภายในประเทศ ซึ่งนิยมบริโภคข้าวเก่า

สำหรับการคาดการณ์ว่าการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลาง จะเริ่มทยอยเบาบางลง ประมาณสิ้นเดือนพฤศจิกายนหรือต้นเดือนธันวาคม 2562 นี้ในส่วนเรื่องโครงการที่จะทำคู่ขนานกับโครงการประกันรายได้ของเกษตรกร เช่นจำนำยุ้งฉาง สินเชื่อชะลอการขายดอกเบี้ย 1%ให้แก่ สถาบันเกษตรกร ร่วมกับโครงการชดเชยดอกเบี้ย 3%ให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งได้ผ่านการเห็นชอบจาก คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวเเห่งชาติ (นบข.) ซึ่งคาดว่าขณะนี้คงอยู่ในขั้นตอนการเตรียมการในรายละเอียดวิธีปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญคือเม็ดเงินที่นำมาสนับสนุนในโครงการคู่ขนาน คงจะนำมาจากในหลายส่วนเช่นของกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) อีกส่วนหนึ่งร่วมกัน

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Social Media Auto Publish Powered By : XYZScripts.com