“ราชินีเงินดาวน์ ราชาเงินผ่อน นักช้อปทีมชาติ” โปรดระวังติดกับดักการผ่อน 0%

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

“ราชินีเงินดาวน์ ราชาเงินผ่อน นักช้อปทีมชาติ” โปรดระวังติดกับดักการผ่อน 0%
“ราชินีเงินดาวน์ ราชาเงินผ่อน นักช้อปทีมชาติ” โปรดระวังติดกับดักการผ่อน 0%

สวัสดีเพื่อนๆ ชาว aomMONEY และ ชาว Punpro ทุกท่านครับ 

สำหรับบทความนี้ก็เป็นบทความแรกของคอลัมน์พิเศษสิ้นปีนี้ “ฉลาดใช้ ฉลาดช๊อป หรือ Smart Pay , Smart Shop” ที่ทาง aomMONEY และ Punpro ที่ผนึกกำลังกันมาเพื่อให้ความรู้เรื่องการเงินกับขาช๊อปเก่ง (จนลืมออมเงิน) ทั้งหลายครับ 

เราจะได้ “โปรทั้งการออม โปรทั้งการช๊อป” ไปแบบพร้อมๆ กันค้าบ 🙂  

ใกล้สิ้นปีเทศกาลแห่งความสุขแบบนี้ หลายคนคงใช้เวลานี้ให้รางวัลกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือสิงคโปร์  บางคนอาจจะเลือกช้อปปิ้งซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น โทรศัพท์สมาร์ทโฟน หรือ กระเป๋าแบรนด์เนมให้ตัวเองสักใบ  รวมไปถึงบรรยากาศเทศกาลก็จะนำไปสู่การกินดื่มเที่ยวในแบบที่หรูหรากว่าปกติใช่ไหมครับ 

แบบนี้ก็เงินสะพัดเลยสิครับ “ทั้งเงินสดและเงินผ่อน” 

เรียกได้ว่าเงินปลิวว่อนออกจากกระเป๋าตังค์กันรัวๆ   

โดยเฉพาะหลายคน เมื่อไม่มีเงินมากพอ ก็มักจะใช้การผ่อนผ่านบัตรเครดิตดอกเบี้ย 0% หรือที่เราเรียกติดปากว่า ผ่อน 0% กันครับ เชื่อว่าขาช๊อปหลายๆ คนคงเป็น “ราชินีเงินดาวน์ ราชาเงินผ่อน นักช้อปทีมชาติ” ที่เรียกว่ามีบัตรกี่ใบ ฉันก็จะใช้เต็มวงเงินได้ตลอด มีคนเคยบอกว่าถ้าจะอธิบายเรื่องบุญและกรรมให้กับคนเหล่านี้ ให้อธิบายว่าเมื่อสลิปบัตรเครดิตมาถึงบ้าน นั่นคือกรรมที่ติดจรวดแบบที่ไม่ต้องรอชาติหน้า แต่มาทันทีและมาแบบจุกๆ จนไม่สามารถตั้งตัวได้

คำว่าผ่อน 0% บางคนอาจจะคิดว่าเป็นกำไรชีวิต ดีจังยืมเงินในอนาคตมาใช้ผ่านเครดิตแถมไม่เสียดอกเบี้ย มีแต่คนไม่ฉลาดเท่านั้นที่ไม่ใช้สิทธิ์นี้ เรื่องนี้ถือว่าเป็นความคิดที่ผิด เพราะถึงแม้จะผ่อน 0% แต่เมื่อคุณผิดนัดชำระ หรือจ่ายเงินผ่อนชำระค่างวดแบบขั้นต่ำ ดอกเบี้ยบัตรเครดิตก็เริ่มเกิดแล้วในขณะนั้น 

อธิบายแบบเข้าใจง่าย โดยปกติทางธนาคารจะเรียกเก็บค่าดำเนินการกับทางร้านค้าที่ให้บริการการผ่อน (หรือที่บางร้านจะพยายามผลักภาระค่ารูดให้เรา เช่น คิดค่ารูด 3%) ซึ่งการให้บริการของร้านค้าก็เพื่อที่จะขายสินค้าให้ได้ไวขึ้นและง่ายขึ้น ซึ่งเมื่อเรารูดแล้วดอกเบี้ยในส่วนนั้นจะถูกดูดซับไปโดยร้านค้า แต่เมื่อเพื่อนๆ ผิดนัดชำระดอกเบี้ยต่อมาก็จะเป็นของเพื่อนๆ ในทันที

ตัวอย่าง ถ้าหากเพื่อนๆ มีสลิปที่ต้องจ่าย 50,000 บาท แต่ดั๊น…ไปเลือกจ่ายขั้นต่ำ 10% หรือ 5,000 บาท แปลว่าดอกเบี้ยหลังจากการจ่ายขั้นต่ำ ก็จะถูกคิดคำนวนตามที่บริษัทปล่อยเครดิตได้ตกลงกับเราไว้ในสัญญา และจะทบไปเรื่อยๆ จนกว่าเพื่อนๆ จะสามารถปิดเงินต้นทั้งหมดได้เรียกได้ว่า ตามปิดหนี้กันหน้าเทาหน้าซีดแบบไม่ต้องใช้รองพื้นผิดเบอร์เลยครับ T^T

แล้วจะทำอย่างไรให้สามารถรอดบ่วงจากกับดักผ่อน 0% ไปได้? 

เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับวินัยและการประเมินตัวเองครับ ยกตัวอย่าง ถ้าหากคุณมีเงินเดือน 20,000 บาท โดยปกติคุณควรจะหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นออกก่อน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำประปา-ไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต ค่าเช่าห้อง(ถ้ามี) ฯลฯ แล้วคุณจะรู้ว่าเงินที่เหลือและมีศักยภาพในการผ่อนชำระต่อเดือนของคุณอยู่ที่เท่าไหร่ 

ขั้นตอนต่อมาก็คือ “จดหลังใช้” หลายคนมักจะลืมว่ารอบบิลนี้เราใช้ซื้ออะไรไปบ้างแล้ว การจดจะทำให้คุณช่วยจำได้ ไม่ว่าจะจดใส่กระดาษหรือบนสมาร์ทโฟน ว่ารูดอะไรไปแล้วบ้าง อีกคาถาที่ต้องท่องไว้ก็คือ “จ่ายค่างวดเต็มจำนวน” เท่านั้นถ้าหากคิดจะผ่อนสินค้า เพราะจะช่วยลดภาระทางดอกเบี้ยของคุณไปได้อีกมหาศาล และสุดท้ายฝากบอกว่า วงเงินที่ให้ไม่จำเป็นต้องใช้เต็มทุกงวดก็ได้ เพราะนั่นแปลว่า เรากำลังยืมเงินจากอนาคตจำนวนมากออกมาใช้ และกำลังจะต้องชำระคืนในระยะเวลาไม่เกิน 30 วันถัดไป  

แค่นี้เราก็ยังสามารถช้อปแบบสบายใจได้อยู่ในช่วงปลายปีนี้แล้วล่ะครับ :}

สำหรับครั้งหน้า จะมีบทความดีๆ แบบไหนมาฝากเพื่อนๆ สามารถติดตามได้ในคอลัมน์ “ฉลาดใช้ ฉลาดช๊อป หรือ Smart Pay , Smart Shop” จาก aomMONEY X Punpro ในครั้งหน้าครับผม 

โดย Mr. Priceless – aomMONEY Writer 

#SmartPaySmartShop #ฉลาดใช้ฉลาดช้อป #aomMONEY #PunPromotion #MoneyLiteracy

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *