10ความเสี่ยงโลก-5ความเสี่ยงไทยท้าทายศก.ปีหน้า

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

10ความเสี่ยงโลก-5ความเสี่ยงไทยท้าทายศก.ปีหน้า

พลันที่เข้าโค้งสุดท้ายของปีนี้ ทำให้เห็นภาพเศรษฐกิจปีหน้าชัดเจนว่าคงจะอยู่ในช่วงขาลง ทั้งหมดเป็นผลจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนซึ่งน่าจะยังไม่จบลงและยังยืดเยื้อไปถึงในปีหน้าจะส่งผลให้อัตราการเติบโตเศรษฐกิจปีหน้าอ่อนเปลี้ยเพลียแรง

ยิ่งเมื่อเร็วๆนี้สภาเศรษฐกิจโลก( World Economic Forum) ได้จัดทำรายงานเกี่ยวกับข้อมูลการจัดอันดับความเสี่ยงในการทำธุรกิจของภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกซึ่งในรายงานในปี 2019 นี้ ใช้สำหรับเป็นข้อมูลในการหารือของผู้บริหารจากทั่วโลกที่จะเข้าร่วมการประชุมประจำปีของสภาเศรษฐกิจโลกที่เมือง ดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่จะมีขึ้นในเดือน ม.ค. 2563

ทั้งนี้สภาเศรษฐกิจโลก ได้จัดอันดับความเสี่ยงในการทำธุรกิจทั่วโลกปี 2562 ซึ่ง10 อันดับแรก ได้แก่ 1) วิกฤติทางการเงิน 2) การโจมตีทางไซเบอร์ 3) ภาวะการว่างงาน 4) วิกฤตราคาพลังงาน 5) ความล้มเหลวของรัฐบาล 6) ความวุ่นวายทางสังคม 7) การโจรกรรมข้อมูล 8) ความขัดแย้งระหว่างรัฐ 9) การขาดโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ 10) เศรษฐกิจฟองสบู่

ทีสำคัญยังได้จัดอันดับความเสี่ยงในการทำธุรกิจในไทยด้วยโดยในรายงานระบุว่าประเทศไทยต้องเผชิญ ความเสี่ยงในการทำธุรกิจ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) เศรษฐกิจฟองสบู่ 2) ความล้มเหลวของรัฐบาล 3) การโจมตีทางไซเบอร์ 4) ภัยพิบัติทางธรรมชาติและโดยมนุษย์ และ 5) ความไม่มั่นคงทางสังคม

ต้องบอกก่อนว่าการสำรวจของสภาเศรษฐกิจโลกนั้นเขาทำกันเป็นประจำทุกปีและทำกันทั่วโลกในปีนี้โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลก 12,000 กว่าคน เฉพาะในประเทศไทยมีผู้ตอบแบบสอบถามรวม 102 คน ว่าไปแล้วตามหลักในการทำการสำรวจจริงๆถือว่าจำนวนค่อนข้างน้อยอาจไม่สะท้อนความจริงในภาพรวมของสถานการณ์ปัจจุบันเท่าใดนักยิ่ง ห้วงเวลาของการสำรวจแบบสอบถามเป็นช่วงที่ประเทศไทยอยู่ระหว่างการเตรียมการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศ  ย่อมมีผลต่อการตอบแบบสอบถามโดยเฉพาะในเรื่องของความเชื่อมั่นของนักธุรกิจค่อนข้างมากทีเดียว

อย่างไรก็ตามแม้แบบสอบถามจะน้อยไปซักหน่อย ไทม์มิ่งก็อาจจะไม่ใช่ห้วงเวลาปกติ ข้อมูลจึงอาจจะคลาดเคลื่อนได้ แต่อย่างน้อยที่สุดก็สะท้อนให้เห็นว่านักธุรกิจไทยวิตกกังวลเรื่องไหนมากที่สุด อันที่จริง 5ข้อที่สภาธุรกิจโลกกลั่นจากผลสำรวจมีความใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงของไทยเวลานี้พอสมควร อย่างกรณี ความเสี่ยงว่าด้วยความล้มเหลวของรัฐบาล ซึ่งในรายงานนั้นหมายถึงระบบธรรมาภิบาล การทุจริตคอร์รัปชั่น การบริหารจัดการเชิงสถาบันมากกว่าการเจาะจงไปที่การบริหารงานของรัฐบาลในภาพรวม

เรื่องนี้สำคัญมากเพราะในสายตานักลงทุน เขาถือเป็นเรื่องใหญ่ในการตัดสินใจว่าจะลงทุนหรือไม่

บางบริษัทหรือรัฐบาลบางประเทศเขาประกาศออกมาเลยว่าจะไม่ลงทุนในประเทศที่ ไม่โปร่งใส หรือ มีปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ที่ผ่านมาไทยยังมีปัญหานี้ค่อนข้างมาก เขาจึงให้เป็นหนึ่งในความเสี่ยงของประเทศในปีหน้า

อย่างความเสี่ยงจากเศรษฐกิจฟองสบู่ เขาหมายถึงฟองสบู่จากสินทรัพย์โดยอาจจะดูจากราคาอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆประกอบกับดอกเบี้ยในบ้านเราต่ำอาจทำให้นักธุรกิจมีความวิตกกังวล ได้ หรือในกรณีภัยธรรมชาติ ต้องยอมรับว่าในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมาบ้านเราเจอกับวิกฤติจากภัยธรรมชาติค่อนข้างบ่อยและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งยิ่งในช่วงปีสองปีหลังนี้ ก็เจอปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งมีความรุนแรงในช่วงฤดูหนาวที่อากาศนิ่ง หรือความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องที่น่าห่วงทั้งสิ้น

เมื่อคนข้างนอกเขาชี้ช่องให้เห็นจุดอ่อนมีอะไรตรงไหนในปีหน้าเราจะต้องเจอความเสี่ยงอะไรบ้าง ก็คงเป็นหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งทำงานเชิงรุกเพื่อลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *