คลอดผลศึกษาผลกระทบ FTA ไทย-อียู

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

“กรมเจรจาฯ” เผยผลการศึกษาผลกระทบเอฟทีเอไทย-อียูคลอดแล้ว เชิญทุกภาคส่วนรับฟัง 21 พ.ย.นี้ ก่อนเดินหน้าขั้นตอนต่อไป ปูทางก่อนชง ครม.ไฟเขียวฟื้นเจรจา

 

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า กรมฯร่วมกับสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (ไอเอฟดี) กำหนดจัดสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัยเรื่อง “ผลกระทบจากการจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป” ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ โรงแรมวินเซอร์ สุขุมวิท 20 เพื่อนำเสนอผลการศึกษาวิจัยดังกล่าวให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษาและผู้สนใจทั่วไปได้รับทราบและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ช่วงที่ผ่านมา กรมได้จัดสัมมนารับฟังความเห็นการฟื้นการเจรจาเอฟทีไทย-สหภาพยุโรป(อียู) ใน 4 ภูมิภาค รวมทั้งกรุงเทพฯ พบว่ามีผู้สนใจจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก และในส่วนของการจัดสัมมนาในครั้งนี้ ผู้ร่วมสัมมนาจะได้รับทราบผลสรุปการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบจากการจัดทำความตกลงดังกล่าว ซึ่งกรมฯ ได้มอบหมายให้ทีมวิจัยของไอเอฟดี ดำเนินการศึกษาตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา เพื่อให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลผลการศึกษาดังกล่าวมาใช้เตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาดโลกได้

 

“หลังการสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษาในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 กรมฯ จะจัดการประชุมรับฟังความเห็นสาธารณะ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง และผู้สนใจเรื่องกรอบเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ณ กระทรวงพาณิชย์”

 จากนั้นจะรวบรวมผลการดำเนินงานทั้งหมดตามข้อสั่งการของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ที่มอบให้กรมเจรจาฯ ไปดำเนินการเรื่องการฟื้นการเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู ทั้งผลการศึกษา การจัดทำกรอบเจรจา การรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากการลงพื้นที่ทุกภูมิภาคทั่วไทยในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน 2562 เป็นต้น เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) และคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาตัดสินใจเรื่องการฟื้นการเจรจาเอฟทีเอไทย-อียูต่อไป

สำหรับสหภาพยุโรป หรืออียู เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย รองจากอาเซียน จีน และญี่ปุ่น โดยในปี 2561 ไทยและสหภาพยุโรปมีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 47,341.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วน 9.4% ที่ไทยค้ากับทั่วโลก โดยไทยส่งออกไปอียูมูลค่า 25,068.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปอียู ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และนำเข้า 22,273.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้านำเข้าสำคัญของไทยจากอียู ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องบิน เครื่องร่อน อุปกรณ์การบิน เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เวชกรรม และเภสัชกรรม

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *