“ค่าเงินบาทแข็งค่า หลังจีนเริ่มไม่เชื่อมั่นในการเจรจาการค้ากับสหรัฐ”

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

สงครามการค้า-เงินบาท-ดอลลาร์

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2562 ว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/11) ที่ระดับ 30.18/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (18/11) ที่ระดับ 30.24/26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังสำนักข่าว CNBC รายงานว่า เจ้าหน้าที่จีนไม่มีความเชื่อมั่นต่อการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐ เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธที่จะยกเลิกการปรับเพิ่มภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งจีนเคยมองว่า ทั้งสองฝ่ายเคยตกลงกันในเรื่องนี้ไปแล้ว นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังได้รับแรงกดดันภายหลังสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ออกมาเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง สู่ระดับ 70 ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน โดยการชะลอตัวดังกล่าวได้รับผลกระทบจากการลดลงของความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านในภาคใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศนั้น นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/62 ขยายตัว 2.4% สูงขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 2.3% โดยเมื่อเทียบกับประมาณการของ ธปท.ที่เผยแพร่ในรายงานนโยบายการเงินฉบับเดือน ก.ย. 62 พบว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวชะลอลงกว่าที่คาดไว้ในหลายองค์ประกอบ โดยเฉพาะภาคต่างประเทศที่หดตัวมากกว่าคาด จากการส่งออกสินค้าและบริการ รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐที่ขยายตัวชะลอลงกว่าคาด ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.18-30.20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.19/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (19/11) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1069/70 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (18/11) ที่ระดับ 1.1060/61 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยตามการอ่อนค่าลงของดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ตลาดจับตาดูตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ยูโรโซนในวันศุกร์ (22/11) เพื่อใช้ในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจของยูโรโซนว่า มีแนวโน้มฟื้นตัว หรือจะยังคงชะลอตัวต่อไป หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) ดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1062-1.1081 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1067/69 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (19/11) เปิดตลาดที่ระดับ 108.57/59 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (18/11) ที่ระดับ 108.98/99 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนเพิ่มการถือครองเงินเยนในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่อแววชะงักงัน โดยค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 108.45-108.80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 108.77/78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 29-30 ต.ค. (20/11), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (21/11), ยอดขายบ้านมือสองเดือน ต.ค. (21/11), ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ต.ค.จาก Conference Board (21/11), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการและภาคการผลิตขั้นต้นเดือน พ.ย. (22/11), ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (22/11)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -1.40/-1.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 0.20/1.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *