กองทุนประกันสังคม เงินข้าใครอย่าแตะ

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

กองทุนประกันสังคม เงินข้าใครอย่าแตะ

ขณะที่คนในรัฐบาลบอกว่า เศรษฐกิจยังไม่ถดถอยแต่อาจจะโตช้าบ้าง แต่การกระทำหลายๆอย่างขัดแย้งกับสิ่งที่พูดอย่างเห็นได้ชัด

อย่างกรณีล่าสุดซึ่งไม่รู้ว่าเป็นไอเดีย”ลุงตู่”หรือ”ทีมเศรษฐกิจ”คิดจะล้วงเงินกองทุนประกันสังคมมาปล่อยกู้ให้กับชาวบ้านโดยมีหนังสือเวียนคำสั่งนายกรัฐมนตรีไปยังสำนักงานประกันสังคม(สปส.)ให้ร่วมกับกระทรวงคลัง กระทรวงพัฒนาสังคมฯพิจารณาความเป็นไปได้ในการบริหารกองทุนประกันสังคมให้เกิดประโยชน์และสนองตอบความต้องการผู้บริโภค เช่น การกู้ยืมเพื่อการลงทุนหรืเพื่อใช้จ่ายที่จำเป็นโดยอ้างว่าเป็นข้อเสนอของผู้ใช้แรงงานที่เดือดร้อนร้องเรียนมายังรัฐบาล

สาระในหนังสือแปลไทยเป็นไทยก็คือ จะล้วงเอาเงินจากกองทุนประกันสังคมที่ผู้ใช้แรงงาน คนทำงานบริษัทเอกชนสมทบเข้ากองทุนฯสำหรับเป็นค่ารักษายามเจ็บไข้ได้ป่วยและเป็นเงินออมยามเกษียณเอามาปล่อยกู้แข่งกับธนาคารทั่วๆไปให้มาใช้จ่าย และลงทุน เจตนาน่าจะหวังให้กู้มาจับจ่ายใช้สอยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่นับวันยิ่งไหลลงเรื่อยๆ ก็ไม่งายเพราะไปติดล็อควัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุน ที่ไม่ได้ให้อำนาจสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ปล่อยสินเชื่อได้โดยตรง ผิดวัตถุประสงค์ที่ใช้เพื่อประโยชน์แก่ผู้ประกันตน และ สปส.ไม่ใช่สถาบันการเงิน

ล่าสุดทราบมาว่าจะมีการเลี่ยงบาลีโดยนำเงินกองทุนไปจัดทำ “โครงการลงทุนทางสังคม” โดยนำเงินฝากกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการไปปล่อยสินเชื่อตามหลักเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนด หรือที่เรียกว่าเป็นการให้สินเชื่อทางสังคมโดยอ้อม ลองมาดูสถานะของกองทุนประกันสังคมว่าอู้ฟู่แค่ไหนตัวเลขล่าสุด ในปี 2562 มีเงินลงทุนรวม 2,044,921 ล้านบาท ได้ผลตอบแทนการลงทุน 5,976 ล้านบาท ส่วนกองทุนเงินทดแทน มีเงินลงทุนรวม 64,972 ล้านบาท ได้รับผลตอบแทน 243 ล้านบาท รวมทั้งสองกองทุนมีผลตอบแทน จากการลงทุน 6,219 ล้านบาทจึงไม่แปปลกใจที่มีคนตาลุกวาว

อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่ากูรูหลายสำนักทั้งไทยและเทศฟันธงว่าปีหน้าที่แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยคงยังไม่ดีกว่าปีนี้แน่ๆ การจะเอาเงินของคนทำงานที่หวังพึ่งเนื้อนาบุญเงินกองทุนประกันสังคมในยามเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเป็นเงินออมสำหรับชีวิตหลังเกษียณมาปล่อยกู้จึงมีความเสี่ยงอย่างมาก สปส.เองก็ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านปล่อยกู้ หรือเปลี่ยนไปปล่อยกู้ผ่านแบงก์ก็ยืมจมูกเขาหายใจแล้วยังอาจต้องเสียค่าบริหารจัดการให้แบงก์

ทุกวันนี้แบงก์พาณิชย์ก็มีสภาพคล่องล้นอยู่แล้วถึงขั้นโทรไปอ้อนวอนให้ลูกค้ากู้วันละสามเวลาหลังอาหาร รัฐบาลยังจะไปเติมสภาพคล่องเพิ่มภาระให้แบงก์อีก อันที่จริงถ้าใครจะกู้ก็ไปแบงค์ก็สามารถกู้ได้แต่ที่กู้ไม่ได้ เป็นไปได้ว่าผู้กู้มีความเสี่ยงสูงที่แบงก์พิจารณาปล่อยกู้แล้วคงไม่ได้คืนจะกลายเป็นหนี้เสีย กองทุนจะมีเจ้าหน้าที่มีปัญญา ตามทวงคืนหรือไม่

อย่าลืมว่าเงินประกันสังคมมีไว้สำหรับดูแลคนทำงานและผู้เกษียณอายุที่นำเงินเข้าสมทบยิ่งอีกทั้งอีกไม่เกิน 2ปีประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว นั่นคือ จะมีคนแก่มากกว่าคนวัยทำงาน สะท้อนให้เห็นว่า ในอนาคตเงินที่จะสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมจะลดน้อยถอยลงไปทุกที

ตรงกันข้ามที่คนแก่จะมีมากขึ้นซึ่งต้องใช้เงินจากกองทุนประกันสังคมดูแลและคาดว่าเงินที่มีอยู่ในกองทุนอาจไม่เพียงพอด้วยซ้ำ เม็ดเงินที่มีอยู่ลำพังจะมาดูแลสมาชิกก็ไม่พอ รัฐบาลกลับมีแนวคิดเอามาปล่อยกู้ให้คนเอามาจับจ่ายใช้สอย หรือมาลงทุนเพียงแค่หวังใช้เป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยอันอาจจะทำให้เศรษฐกิจอนาคตทรุดลงตามไปด้วย

ฉะนั้นความคิดที่จะนำเอาออกให้กู้แก่ประชาชน ไม่ว่าเพื่อการลงทุน หรือเพื่อใช้จ่ายจึงเป็นความเสี่ยง ที่สำคัญเงินในกองทุนนี้มีภาระดูแลสังคมเป็นหลักไม่ได้มีเจตนาเพื่อเป็นเครื่องมือในทางเศรษฐกิจ จึงต้องบริหารจัดการด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *