เปอโยต์ วางแผน 5 ปี เปิดตัวรถ 6 รุ่น ทั้ง SUV- ปิกอัพ – ซีดาน

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

เปอโยต์ ชักธงรบเต็มรูปแบบ เตรียมแผน 5 ปี เปิดตัวรถใหม่ 6 รุ่นประเดิม 2โมเดลแรก 3008 – 5008 หลังจากนั้น ปีละหนึ่งรุ่น 2008 มาปีหน้า ส่วนปิกอัพและซีดานจะทยอยตามมา วางตำแหน่งรถพรีเมี่ยม คุ้มค่า ราคาเหนือกว่ารถญี่ปุ่น10% พร้อมตั้งดีลเลอร์ทั่วประเทศ 17 แห่ง ตั้งเป้าขายมากกว่าบีเอ็มดับเบิลยู

เปอโยต์ หนึ่งในแบรนด์รถยนต์เก่าแก่ที่ทำตลาดในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ล่าสุดเข้าสู่ยุคของตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ หลังเจ้าเดิมอย่าง ยนตรกิจ ถอดใจยุติการจำหน่ายไป และได้ทาง เอ็มจีซี เอเชีย เข้ามาดูแลแทน ภายใต้ชื่อ เปอโยต์ ประเทศไทย (Peugeot Thailand)

สำหรับ เปอโยต์ ประเทศไทย จะทำหน้าที่ในการนำเข้าและจัดจำหน่าย ภายใต้ชื่อบริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มี “ยอร์ก บรอยเออร์” เป็นหัวเรือใหญ่ ในการพลิกฟื้นแบรนด์ เปอโยต์ให้กลับมาโลดแล่นในตลาดเมืองไทยอีกครั้ง ซึ่งมีภารกิจหลากหลายรายการที่ต้องดำเนินการ มาวิเคราะห์กันว่า การกลับมาคราวนี้ จะแจ้งเกิดได้อย่างที่ “เสี่ยจุ๋ย” ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น(เอเชีย) จำกัด ตั้งความหวังเอาไว้ได้หรือไม่

ประเดิมรถใหม่ ราคาท้ารบญี่ปุ่น

ตามหลักการตลาดมาตรฐานที่ประกอบไปด้วย 4P (Product , Price , Place , Promotion) สำหรับธุรกิจรถยนต์แล้ว โปรดักซ์ ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เปอโยต์ ประเทศไทย เลือกเอา 3008 และ 5008 เปิดตัวพร้อมกันกับการเปิดตัวบริษัทฯ เรียกกระแสความสนใจได้ไม่น้อย

ทั้งนี้ แม้ว่า 3008 จะไม่ใช่รถใหม่ชนิดถอดด้าม เนื่องจากเจ้าเดิมนั้นเคยนำเข้ามาทำตลาดแล้วครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้มีความแตกต่างหลายส่วนทั้งเรื่องของ สเปครถที่ปัจจุบัน เป็นเครื่องยนต์แบบเบนซิน และราคาจำหน่ายที่เริ่มต้นถูกกว่าเดิมเท่าตัว คือ เริ่มต้นที่ 1,549,000 บาท

ซึ่งราคาจำหน่าย นับว่ามีส่วนสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าโปรดักซ์ โดยการนำเข้ามาทำตลาดคราวนี้สามารถทำราคาต่ำขนาดบู๊กับแบรนด์ญี่ปุ่นได้นั้นเป็นเพราะ ทาง พีเอสเอ (PSA) ได้ตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ เปอโยต์ ที่มาเลเซีย ดังนั้นจึงเข้าเงื่อนไขการได้รับสิทธิประโยชน์ของเขตการค้าเสรีอาเซียน ได้รับการยกเว้นภาษีอากรนำเข้าที่สูงถึง 80%

“เราตั้งใจตั้งราคาในระดับที่สูงกว่ารถแบรนด์ญี่ปุ่นประมาณ 10-15% และราคาที่เปิดตัวนั้นเป็นราคาช่วงแนะนำ เรากำลังพิจารณาปรับราคาขึ้น โดยยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะขึ้นเท่าไหร่ สำหรับยอดจองในช่วงแรกถือว่าน่าประทับใจมาก เราเปิดขายโดยที่ยังไม่มีแม้แต่โชว์รูมและศูนย์บริการ แต่ลูกค้าให้ความไว้วางใจเรา และเราได้เริ่มส่งมอบรถตั้งแต่เดือนตุลาคมไปแล้ว 40 คัน” คำตอบของ ยอร์ก บรอยเออร์ เมื่อถูกถามถึงยอดขายปัจจุบัน

การที่ลูกค้ากลุ่มแรกกล้าที่จะตัดสินใจจองส่วนหนึ่งมาจากตัวรถที่โดนใจ มีการรับรู้มาจากตัวแทนเดิมที่เคยทำตลาด เพราะเป็นโมเดลที่หลายคนสนใจอยู่แล้ว แต่ราคาขณะนั้นสูงถึงระดับ สามล้านบาท จึงมีหลายคนที่ไม่กล้าซื้อ จนกระทั่งรายใหม่มาทำตลาดด้วยราคาขนาดนี้ การตัดสินใจจึงง่ายขึ้น ซึ่งสะท้อนอยู่ในสัดส่วนยอดขายที่ 3008 เป็นจำนวน 80% และที่เหลือ 20% เป็นของ 5008 ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมาจากความมั่นใจในชื่อเสียงของเอ็มจีซี กรุ๊ปที่มีแบรนด์ในเครือหลากหลายยี่ห้อ ทำให้ลูกค้าเชื่อได้ว่า จะไม่ทอดทิ้งหรือหนีหายไปในเร็ววัน

4 รุ่นใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้า

สำหรับรถยนต์รุ่นต่อไปที่จะมาทำตลาดในไทย ยอร์ก เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า “ใน 5 ปีแรกจะมีทั้งหมด 6 รุ่นรวมสองรุ่นแรกที่เปิดตัวมาแล้ว โดยจะมีทั้ง เอสยูวี , ซีดาน และปิกอัพ ซึ่งปีหน้าจะเป็น รุ่น 2008 เอสยูวีขนาดเล็ก ประมาณปลายปี 2020”

แน่นอนว่าไฮไลท์ที่ทุกท่านอยากรู้คงเป็นปิกอัพ แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จัก 2008 กันสักหน่อยดีกว่า ซึ่งทุกคันที่จะเข้ามาขายนั้น ต้องนำเข้าจากมาเลเซีย ดังนั้นจึงต้องรอมาเลเซียขายก่อนแล้วถึงเป็นคิวของประเทศไทย โดย 2008เป็นรถเอนกประสงค์แบบเอสยูวีขนาดเล็ก ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากรุ่นพี่อย่าง 3008

ทั้งนี้ 2008 ที่จะนำเข้ามาขายนั้นคาดว่าจะเป็นโฉมใหม่ เจเนอเรชันที่ 2 ที่เพิ่งจะอวดโฉมตลาดโลกในช่วงกลางปีนี้เอง ซึ่งจะทำตลาดในฐานะโมเดลปี 2020 โดยมากับ 3 ทางเลือกในการขับเคลื่อนได้แก่ เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร , เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.5 ลิตร ขับเคลื่อนล้อหน้า และแบบพลังงานไฟฟ้าล้วน ส่วนราคาเป็นที่มั่นใจได้ว่าจะต้องต่ำกว่ารุ่น 3008 อย่างไม่ต้องสงสัยแต่จะอยู่ในระดับใด เดากันได้จากคำใบ้ สูงกว่ารถญี่ปุ่น 10%

ส่วนปิกอัพ นั้นในอดีต เปอโยต์เคยมีทำตลาดอยู่ ปัจจุบันเปอโยต์มีหุ้นอยู่กับ ตงฟง มอเตอร์ (DongFeng) ในการเข้าไปทำตลาดที่ประเทศจีน ดังนั้นปิกอัพที่เปอโยต์จะนำมาขายคงเป็นโมเดลที่ ตงฟง ทำตลาดอยู่แล้ว โดยจะมีการพัฒนาต่อยอดพร้อมเสริมออพชันต่างๆ ตามมาตรฐานของแบรนด์ อันเป็นปกติวิศัยของการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆในปัจจุบัน

ซึ่งการทำตลาดปิกอัพ ถือว่า ไม่ง่าย เพราะปัจจุบันมีผู้เล่นในตลาดมากถึง 10 ยี่ห้อแล้ว และผู้นำตลาดยังมีความแข็งแกร่งอย่างมากในการรักษาฐานลูกค้าของตัวเอง ดังนั้น เปอโยต์คงต้องทำการบ้านอย่างหนัก หากหวังเก็บแชร์จากตลาดนี้ เพราะ ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้ามาแต่ละรายบาดเจ็บไปตามๆ กัน

สำหรับอีก 2 รุ่นที่จะทำตลาดหนึ่งในนั้นจะเป็นรถเก๋งแบบซีดานที่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลแต่อย่างใด ซึ่งคงต้องรอข่าวจากทางฝั่งมาเลเซียว่าจะมีการขึ้นไลน์ประกอบรุ่นใดบ้าง เพราะรถเปอโยต์ที่จะทำตลาดในไทยนั้นจะนำเข้ามาจากมาเลเซีย

“เรามั่นใจว่าเมื่อเราทำตลาดครบทุกรุ่นได้ตามแผนแล้ว ยอดขายเปอโยต์จะแซง บีเอ็มดับเบิลยู อย่างแน่นอน” คำกล่าวแบบมั่นใจเต็มเปี่ยมของ ยอร์ก หลังพูดคุยเกี่ยวกับแผนการเปิดตัวรถใหม่ในช่วง 5 ปีข้างหน้า พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า “เราเตรียมแผนมาอย่างดี และจะมีการขยายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ”

ดีลเลอร์&บริการหลังการขาย

“ภายในปีนี้เราจะมีโชว์รูมและศูนย์บริการในกรุงเทพฯ 4 แห่ง ได้แก่ เกษตรนวมินทร์ , พารากอน , เยาวราช และสุขุมวิท (บางนา) โดยขอประกาศไปถึงผู้ที่สนใจจะเป็นดีลเลอร์ในต่างจังหวัด ขณะนี้เรากำลังเปิดรับพิจารณาทุกข้อเสนอ ตั้งเป้าเปิด 10 แห่งครบทุกภูมิภาคของประเทศ และเพิ่มในเขตกรุงเทพฯปริมณฑลอีก 3 แห่ง” ยอร์ก กล่าวถึงแผนงานขยายเครือข่าย

ซึ่งทีมผู้บริหารเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างดีจึงเร่งสร้างเครือข่ายศูนย์บริการให้ครอบคลุมโดยไวที่สุด ปัจจุบันแม้จะมีเพียงที่สำนักงานใหญ่ เกษตรนวมิทร์ เท่านั้นที่เปิดพร้อมให้บริการ แต่ภายในสิ้นปีนี้จะมีถึง 4 แห่ง

เหนือสิ่งอื่นใด ในสิ่งที่ทุกคนกังวลคือ เรื่องของอะไหล่ ทางเปอโยต์ ประเทศไทย รับประกันว่า รถยนต์เปอโยต์ทุกรุ่นที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี จะมีอะไหล่หมุนเวียนที่เปลี่ยนบ่อยเตรียมพร้อมรองรับทันที ส่วนอะไหล่อื่นๆ อาจจะต้องรอบ้าง แต่สามารถสั่งได้ทุกชิ้น โดยกำลังพิจารณาเปิดโปรแกรมการสั่งอะไหล่ แบบสองทางเลือกคือ แบบปกติ และแบบเร่งด่วน (ส่งผ่านเครื่องบิน) ที่จะมีค่าใช้จ่ายการส่งสูงกว่าในกรณีที่ลูกค้าต้องการความเร็ว

ขณะที่รถซึ่งมีอายุเกินกว่า 10 ปีขึ้นไปนั้น กำลังพิจารณาว่าจะเปิดให้มีการสั่งอะไหล่ได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าจะไม่มีการสำรองอะไหล่เอาไว้เท่านั้น

สำหรับ ทีมช่างทุกคนจะต้องผ่านการอบรมตามมาตรฐานของพีเอสเอ มีความรู้และความสามารถในการซ่อมบำรุงรถยนต์เปอโยต์ได้ ซึ่งทางเอ็มจีซีนั้นมีบริษัทฯ ที่ดูแลด้านการผลิตบุคลากรเพื่อเข้ามาเป็นช่างซ่อมรถอยู่แล้ว ดังนั้น จุดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของเอ็มจีซี ที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ต้นทุนของแบรนด์เปอโยต์ ในประเทศไทย จัดอยู่ในระดับติดลบ จากการบริการหลังการขายที่ตัวแทนจำหน่ายรายเดิมสร้างรอยแผลเอาไว้ให้กับลูกค้าจำนวนมาก เอ็มจีซี จึงมีการบ้านชิ้นใหญ่กว่าปกติ ในการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าทั้งใหม่และเก่า เพราะด้วยกระแสโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คที่รวดเร็วในปัจจุบัน จะเป็นเสมือนดาบสองคมที่เมื่อทำดีคนก็จะทราบอย่างแพร่หลายง่ายขึ้น แต่หากทำพลาดจะยิ่งตอกย้ำให้ติดลบหนักกว่าเดิม ดังนั้นการบ้านข้อนี้ต้องตรวจละเอียดเป็นพิเศษ

ทั้งนี้บทพิสูจน์ดังกล่าวยังต้องรอเวลาอีกอย่างน้อยสามปี กว่าที่ความเชื่อมั่นของลูกค้าจะกลับมาได้ ซึ่งจะสอดคล้องกับแผนการดำเนินงานที่ทางเปอโยต์หมายมั่นปั้นมือเอาไว้ว่า จะทำให้ยอดขายแซงบีเอ็มดับเบิลยู ส่วนจะทำได้อย่างที่กล่าวไว้หรือไม่นั้น คงต้องรออีกห้าปี แล้วค่อยมาดูตัวเลขยอดขายกัน

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *