Ford Mustang Mach-E เข้าสู่ยุคขับเคลื่อน EV บนตัวถัง SUV

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

ชื่อของ Mustang มีค่าในแง่ของการสื่อถึงความแรงและความเร้าใจของการขับเคลื่อนของโลกเก่าที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ดังนั้น เมื่อฟอร์ด ต้องเดินหน้าเข้าสู่ยุคของการขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าหรือ EV สิ่งที่ Mustang Mach-E เป็น จึงมีแค่เรื่องของชื่อเท่านั้นที่เหมือนกัน แต่ตัวถังกลับเป็นคนละแบบ และฟอร์ด เลือกที่จะเริ่มเปิดตลาดด้วยรุ่น SUV พลังไฟฟ้าแทนที่จะใช้ตัวถังสปอร์ตคูเป้ของ Mustang

แน่นอนว่า Mustang Mach-E คือ ส่วนหนึ่งของสายพันธุ์ Mustang ดังนั้น สิ่งที่เราได้เห็นคือ การยกเอาเอกลักษณ์บางอย่างของรถสปอร์ตที่เรียกว่า Pony Car ของ Ford มาใช้ ทั้งโลโก้ม้าป่า และการออกแบบไฟท้ายทรงเหลี่ยมที่ถูกใช้กับ Mustang มาตั้งแต่รุ่นแรกในปี 1953 พร้อมกับมีการปรับรูปลักษณ์บางส่วน เช่น กระจังหน้าแบบปิดที่มีความโฉบเฉี่ยวและสปอร์ตจากส่วนของไฟหน้า LED ทรงเพรียวและกันชนหน้าพร้อมกับตัวถังทรง SUV เพื่อรองรับกับการใช้งานอย่างอเนกประสงค์พร้อมพื้นที่เก็บของด้านหลังความจุ 821 ลิตร ซึ่งสามารถเพิ่มความจุเป็น 1,688 ลิตรได้ด้วยการพับเบาะหลังลงมา

การขับเคลื่อนเป็นหน้าที่ของมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ โดย Ford เลือกวางตลาด Mach-E มากถึง 5 รุ่นย่อยที่แบ่งตามระดับความเร้าใจ

-Mach-E Select แบตเตอรี่ความจุ 75.7 KWH มีกำลัง 259 แรงม้า มีทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังซึ่งใช้เวลาต่ำกว่า 6 วินาทีสำหรับอัตราเร่ง0-96 กม./ชม. และมีทำระยะทางได้ 370 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้งและรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อที่มีแรงบิดเพิ่มขึ้นจาก 42 กก.-ม.มาเป็น 51.2 กก.-ม. ใช้เวลา 5 วินาทีกลางๆ ในการทำอัตราเร่ง และทำระยะทางได้ 338 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

-Mach-E Premium ใช้แบตเตอรี่ 98.8 kWh ซึ่งจะทำให้มีระยะการเดินทาง 483 กิโลเมตรในรุ่นขับหลัง และ 435 กิโลเมตรในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ

-Mach-E California Route 1 สเป็กเดียวกับรุ่น Premium ขับเคลื่อนล้อหลัง แต่ตกแต่งต่างกัน

-Mach-E First Edition ซึ่งมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลัง 338 แรงม้า แรงบิดสูงสุด56.9 กก.-ม. โดยมีระยะการเดินทาง 435 กิโลเมตร

-Mach-E GT ที่มีกำลัง 465 แรงม้า แรงบิดสูงสุด84.2กก.-ม. มีอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. 3 วินาทีกลางๆ และระยะการเดินทาง 378 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 43,895 เหรียญสหรัฐฯ ส่วนรุ่นท็อปยังไม่เปิดเผยออกมาในตอนนี้ กลุ่มตลาดที่ Ford จะส่งเข้าไปทำตลาดนั้นจะมีทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน โดยตอนนี้เริ่มมีการเปิดรับจองผ่านทางออนไลน์แล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *