เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ จับตาสัปดาห์หน้า ดีลการค้าเฟสแรกจีน-สหรัฐ

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

ธงสหรัฐ-จีน-เงินบาท-e1544671427328
แฟ้มภาพ
เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทปรับตัวในกรอบแคบตลอดสัปดาห์ โดยเงินบาทขยับอ่อนค่าลงเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากมีสัญญาณที่สะท้อนความคืบหน้าของข้อตกลงทางการค้าเฟสแรกของสหรัฐฯ และจีน อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวขึ้นในช่วงต่อมา ก่อนจะทรงตัวในกรอบแคบๆ จนถึงช่วงปลายสัปดาห์ หลังปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าร่วมกันได้ ประกอบกับประเด็นของฮ่องกงมีความตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งทำให้ตลาดยังคงรอปัจจัยเพิ่มเติมจากการหารือของทางการทั้ง 2 ประเทศ เพื่อประเมินโอกาสของการเกิดดีลการค้าเฟสแรกภายในปีนี้อย่างใกล้ชิด

ในวันศุกร์ (22 พ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 30.18 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 30.22 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (15 พ.ย.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (25-29 พ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.10-30.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยในประเทศที่ตลาดรอติดตาม ได้แก่ รายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนต.ค. โดยธปท. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ ประกอบด้วย สถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน และสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ จากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟด ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนก.ย. ยอดขายบ้านใหม่ ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้/รายจ่าย และตัวเลขเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนี PCE/Core PCE Price Indices เดือนต.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/62 (preliminary) และรายงาน Beige Book ของเฟด

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงหลุดแนว 1,600 จุดอีกครั้ง โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,597.72 จุด ลดลง 0.28% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 45,710.61 ล้านบาท ลดลง 4.30% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai เพิ่มขึ้น 0.17% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 320.02 จุด

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ ก่อนจะร่วงลงในระหว่างสัปดาห์ ตามแรงขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบันท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและจีน หลังปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะเก็บภาษีต่อสินค้าจีนเพิ่มขึ้นอีก หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าร่วมกันได้ รวมถึงวุฒิสภาสหรัฐฯ อนุมัติร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนฮ่องกง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากตัวเลขส่งออกเดือนต.ค.ของไทยที่หดตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ดัชนีฯ ฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์จากสัญญาณซึ่งสะท้อนว่าทางการจีนต้องการผลักดันข้อตกลงการค้าเฟสแรกร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามการค้าระหว่างกัน

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (25-29 พ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,575 และ 1,550 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,605 และ 1,615 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ สถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน รวมถึงถ้อยแถลงของประธานเฟด ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/62 รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ยอดขายบ้านใหม่ และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนต.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ กำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค. ของจีน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกเดือนต.ค. ของญี่ปุ่น

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *