เริ่ม 10 ธันวาคมนี้ห้ามนำเข้า! รถยนต์ใช้แล้ว ฝ่าฝืนถูกยึดทำลาย-เสียค่าปรับ5เท่า

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

ภาพไฮไลต์

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค.62 ประกาศกระทรวงพาณิชย์เรื่อง กำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร จะมีผลใช้บังคับ ซึ่งได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วหลายชนิด โดยรถยนต์นั่งใช้แล้วส่วนตัว ได้กำหนดชัดเจนว่าห้ามนำเข้า ทำให้ใบอนุญาตนำเข้ารถยนต์ใช้แล้ว ส่วนตัว ที่ออกตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกฎหมายฉบับเดิม จะมีอายุไม่เกินวันที่ 9 ธ.ค.62 ซึ่งผู้ได้รับใบอนุญาตแล้ว จะต้องนำเข้าให้แล้วเสร็จภายในอายุใบอนุญาต โดยการปรับปรุงเงื่อนไขการ นำเข้าดังกล่าว เพื่อไม่ให้มีรถเก่านำเข้ามาใช้ในประเทศและก่อให้เกิดมลพิษ และทำลายสิ่งแวดล้อมในประเทศ

“ถ้านำเข้าหลังวันที่ 10 ธ.ค.62 รถจะถูกยึดและทำลาย และยังต้องเสียค่าปรับอีก 5 เท่าของมูลค่ารถยนต์ใช้แล้วตามกฎหมายของกรมศุลกากร โดยจะไม่มีการนำมาเปิดประมูลเหมือนที่ผ่านมา เพราะก่อนหน้านี้กรมได้ให้เวลาผู้นำเข้า 180 วันในการเร่งนำเข้าให้ทันแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมานำเข้าในช่วงที่ใกล้ครบกำหนด ซึ่งปกติแต่ละปีมีการนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วส่วนตัวราว 200 คัน แต่ช่วงนี้เพิ่มขึ้นมากเป็น 300 คัน เพื่อเร่งนำเข้าก่อนใบอนุญาตจะหมดอายุ”

สำหรับการนำเข้ารถยนต์ลักษณะพิเศษใช้แล้ว เช่น รถหัวลาก รถเครนและปั่นจั่น และการนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วที่ได้รับบริจาคของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การสาธารณกุศล เช่น รถพยาบาล และรถดับเพลิง ยังให้นำเข้าได้อยู่ แต่ต้องขออนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์ ส่วนรถยนต์ใช้แล้วประเภทอื่น เช่น รถยนต์ที่มีเอกสิทธิ์ทางการทูต รถยนต์ชั่วคราว รถยนต์ต้นแบบเพื่อวิจัยและทดสอบ รถยนต์เพื่อปรับสภาพแล้วส่งออก รถยนต์เพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ และรถยนต์ที่เป็นยุทธภัณฑ์ จะต้องขออนุญาตนำเข้ากับหน่วยงานที่กำกับดูแล เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กรมศิลปากร เป็นต้น

ส่วนการนำเข้ารถยนต์เพื่อปรับสภาพแล้วส่งออกนั้น ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค.62 เป็นต้นไป ผู้ประกอบอุตสาหกรรมปรับสภาพรถยนต์ หากประสงค์จะนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วเพื่อปรับปรุงหรือซ่อมด้วยวิธีการใดๆ ให้มีสภาพใช้งานได้ในเขตประกอบการเสรี หรือเขตปลอดอากร แล้วส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของกรมศุลกากรและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ไม่ต้องมาติดต่อที่กรมแล้ว.

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
– Website : www.thairath.co.th
– LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *