ตลาดผันผวนกด STC ต่ำจอง

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

ตลาดผันผวนกด STC ต่ำจอง
  • ผลงานไตรมาส 4 แจ่ม ดันทั้งปี 62 โตเด่น
  • วางเป้าปี 63 รายได้โต 5-7% รับแรงหนุนเมกะโปรเจคเพียบ
  • ลุยเก็บเกี่ยวการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา
  • ชูเป็นหุ้น Growth Stock รับอานิสงส์ EEC

 

 

หุ้นไอพีโอน้องใหม่ บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน) หรือ STC เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในหมวดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง เป็นวันแรก โดยเปิดการซื้อขายที่ราคา 0.96 บาท ลดลง 4% จากราคาไอพีโอ 1 บาท ก่อนจะมาปิดการซื้อขายของวันที่ราคา 0.87 บาท ลดลง 13.00%
นางสุนิต วิสุทธิโกศล กรรมการผู้จัดการอาวุโส สายวาณิชธนกิจ-ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน) หรือ STC กล่าวว่า จากราคาเปิดการซื้อขายเป็นวันแรกของ STC ที่ทำได้ต่ำกว่าราคาไอพีโอ คาดว่าจะมาจากสภาวะตลาดที่ผันผวน เห็นได้จากช่วงที่ผ่านมาหุ้นไอพีโอทยอยเข้าเทรดจำนวนมาก ซึ่งมีราคาที่ต่ำกว่าไอพีโอเช่นกัน อย่างไรก็ตามแม้ราคาหุ้น STC ต่ำจองแต่ผู้บริหารไม่มีแผนที่จะขายหุ้นออกมาแต่อย่างใด
ทั้งนี้หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ของ STC ถือเป็นการเก็บเกี่ยวผลผลิต เพราะช่วงที่ผ่านมา STC ได้ลงทุนขยายโรงงานใหม่ที่นาวัง เฟส 2 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเตรียมพร้อมรับดีมานด์จากงานภาครัฐบาลและเอกชน ในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เรียบร้อยเกี่ยว ดังนั้นนับจากนี้จึงถือเป็นช่วงเกี่ยวเกี่ยวการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา จึงมองระยะยาวจะมีการเติบโตไดัดี และเป็นอีกหุ้น Growth Stock ที่ได้อานิสงส์จาก EEC รวมทั้งเป็น Dividend Stock ที่มีนโยบายการจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ผลประกอบการของบริษัทไม่มีการขาดทุน ซึ่งการขายสินค้าต้องมีมาร์จิ้น และไม่มีการแข่งขันด้านราคา เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่นๆ อีกทั้งบริษัทมีโรงงานแห่งใหม่ดังกล่าว ยิ่งจะทำให้มีประสิทธิภาพการแข่งขันเพิ่มขึ้น สามารถทำสินค้ามูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น
ขณะที่ทิศทางผลประกอบการช่วงไตรมาส 4/2562 คาดว่าจะเติบโตอย่างโดดเด่น เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจที่มีการส่งมอบงานจำนวนมาก ประกอบกับ มีโปรดักส์ใหม่เข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติมด้วย และยังได้รับอานิสงส์จาก EEC ที่มีคำสั่งซื้อเข้ามาเช่นกัน

 

 

 

 

การรันตีผลงานปีนี้แจ่ม

ด้านนายเอกชัย ชัยตระกูลทอง กรรมการผู้จัดการ STC กล่าวว่า จากราคาหุ้นที่เปิดการซื้อขายวันแรก ต่ำกว่าราคาไอพีโอที่ 1 บาท มองว่าเป็นตามภาวะตลาดที่ผันผวน แต่อยากให้นักลงทุนมองที่ผลประกอบการของบริษัทมากกว่าโดยแนวโน้มไตรมาส 4/2562 จะเติบโตต่อเนื่องทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ประกอบกับในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส4 บริษัทมีการส่งมอบงานให้แก่ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้นมั่นใจว่ารายได้ปี 2562 จะเติบโตกว่ามากปี 2561 ที่มีรายได้ 380.95 ล้านบาท โดย 9 เดือนปี 2562 มีรายได้รวมอยู่ที่ 303.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.12% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 273.09 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 17.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 221.51% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 5.58 ล้านบาท ซึ่งกำไรงวด 9 เดือนปี 2562 ทำได้มากกว่าทั้งปี 2561 ที่อยู่ระดับ 15.41 ล้านบาท

 

 

วางเป้าปี 63 รายได้โต 5-7%

ขณะที่แผนการดำเนินงานปี 2563 บริษัทวางเป้าจะมีรายได้เติบโต 5-7% โดยได้รับแรงสนับสนุนมากจาก งานเมกะโปรเจค ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ใบริษัทมีคำสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมาก โดยบริษัทจะเร่งการผลิตให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำและรองรับออเดอร์ใหม่ที่ทยอยออกมาเช่นกัน
“เราจะได้ผลบวกจาก EEC ที่จะสนับสนุนเราในระยะยาว และคาดจะช่วยสนับสนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 32% โดยปัจจุบัน STC มีโรงงานผลิต 4 แห่ง คือ พัทยา 1 – พัทยา 2 – หนองปรือ – และนาวัง ครอบคลุมพื้นที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย มีกำลังการผลิตต่อปีรวมสำหรับผลิตภัณฑ์คอนกรีตประมาณ 236,250 คิวคอนกรีต” นายเอกชัย กล่าว

 

 

กูรูเคาะราคาเป้าหมายสูง 1.20 บาท กำไรปี 62 เด่น 27 ล้าน

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า STC หรือ เสือคอนกรีตแห่งภาคตะวันออก โดยเราประเมินมูลค่าหุ้น STC ปี 2563 ที่ 1.20 บาท ซึ่งมองว่า ประเมินกำไรสุทธิปี 2562 จะอยู่ที่ 27 ล้านบาท เติบโต 73% จากปี 2561 โดยในงวดครึ่งปีหลัง 2562 กำไรสุทธิจะเติบโตสูง 45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต100% จากครึ่งปีแรก เนื่องจากหมดช่วงฤดูฝนทำให้ผู้รับเหมาเร่งก่อสร้างงาน และบริษัทสามารถส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่งเราประมาณการว่าจะสามารถมีกำไรเฉลี่ยไตรมาสละ 10 ล้านบาท
ส่วนกำไรสุทธิปี 2563 ประเมินไว้ที่ 48 ล้านบาท จากรายได้ที่ยังคงเติบโตโดดเด่น 24% จากปี 2562 เป็นผลจากรายได้ผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ที่อัตรากำไรสูงซึ่งเป็นไปตามการขยายลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเขตเมืองพัทยาและภาคตะวันออก และทำให้ gross margin ปรับตัวดีขึ้นจาก 32% มาอยู่ที่ 32.3% จาก economy of scale

 

 

ไอพีโอฉุดต้นทุนการเงินลด

นอกจากนั้น ยังประเมินว่าค่าใช้จ่าย SG&A/Sale ในปี 2563 จะลดลงเหลือ 20% จาก 22% เนื่องจากไม่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ IPO และต้นทุนการเงินที่ลดลงจาก 9 ล้านบาท เหลือ 5 ล้านบาท ผลจากการนำเงิน IPO ไปชำระคืนเงินกู้ธนาคาร

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *