เช็กสัญญาณการเงินใครเริ่มมีปัญหา ระวังเจ็บตัว เศรษฐกิจเผาจริง กำลังมา

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

ภาพไฮไลต์

หรือคนไทยจะกัดก้อนเกลือกินในอนาคต เกิดโจรเต็มบ้านเต็มเมืองเพราะไม่มีเงิน เป็นสิ่งที่ไม่อยากคิด… เมื่อข้อมูลเศรษฐกิจต่างๆ ของไทยไม่ค่อยสู้ดีนัก ทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจถดถอยลง ส่งออกหด ค่าบาทแข็งขึ้น โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมไม่มีโอที มีการเลย์ออฟพนักงาน เนื่องจากการลงทุนลดลง และอีกหลายๆ ปัจจัย อยู่ในอาการหนัก อย่าไปหวังกับการท่องเที่ยว เพราะเมื่อบาทแข็งก็ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าไทยน้อยลง

หลายๆ คน เริ่มรู้สึกเศรษฐกิจไม่ดี หรือบางคนหากมองจากภายนอก ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตคนคนนั้น เริ่มมีปัญหาการใช้จ่าย แต่มีสิ่งที่บ่งบอกสัญญาณปัญหาทางการเงิน จากการออกมาเตือนของ ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล รองคณบดีฝ่ายบริหาร วิทยาลัยผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งอยากให้ทุกคนลองมาสำรวจตัวเองว่ามีพฤติกรรมแบบนี้หรือไม่ ผ่านทางทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ด้วยความเป็นห่วง เพราะหากใครตกงานขึ้นมาจะทำอย่างไร? โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่มีเงินออมในบัญชีเลย ยิ่งน่าห่วงมากสุด

  • เริ่มจากเงินในบัตรเอทีเอ็ม มีเงินเหลือเพียงหลักสิบ หลักร้อย เนื่องจากกลางเดือนใช้เงินเดือนจนหมด หรือใช้เงินเดือนชนเดือน จากค่าใช้จ่ายมากกว่ารายรับ จนไม่มีเงินเก็บ ทั้งๆ ที่ควรมีเงินเก็บในบัญชีธนาคาร 3-6 เท่าของเงินเดือน นั่นคือหนึ่งสัญญาณบ่งบอกว่าคนนั้น มีปัญหาวิกฤติการเงิน

  • เรื่องหนี้สิน หากสมมติใครมีหนี้มากกว่ารายได้ ถือว่าน่ากลัวมาก ทั้งหนี้บ้าน หนี้รถ หนี้สินเชื่อ หนี้ผ่อนสินค้าต่างๆ ทั้งที่ความจริงแล้ว ควรก่อหนี้ต้องไม่เกิน 1 ใน 3 ของรายได้ หรือเงินเดือน 2 หมื่น ต้องมีหนี้ไม่เกิน 6.7 พันบาท ในกรณีแยกหนี้ค่าบ้าน ออกมา ก็เท่ากับว่าหนี้สินต้องไม่เกิน 20% หรือนำหนี้ทุกอย่างมารวมกันกับหนี้บ้าน เท่ากับว่าหนี้ต้องไม่เกิน 33% ของรายได้

ดร.ภูษิต ย้ำถึงความกังวล เพราะขณะนี้มีมนุษย์เงินเดือนเกินกว่า 50% ในเมืองไทยมีหนี้สินท่วมตัว โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ชอบก่อหนี้ ตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่ๆ และกู้เงินในอนาคตไปใช้ หากตกงานขึ้นมาจะไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ เพราะหนี้สินตัดไม่ได้ “ยิ่งอายุมาก ยิ่งมีหนี้มาก” ยกเว้นค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ซื้อของ สามารถตัดการใช้จ่ายไม่ให้ซื้อของแพงได้

  • ปัจจุบันเด็กวัยรุ่นมีค่าใช้จ่ายซื้อสินค้าไม่ทำให้เกิดรายได้ “ติดของหรู บ้าช็อปปิ้ง” ซื้อเสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้าแพงๆ และสินค้าไฮเทคต่างๆ เพราะเพื่อนมี ก็ต้องอยากมีตามเพื่อน บางคนไม่ได้ซื้อของ แต่เอาเงินไปซื้อหวย เช่น เงินเดือน 2 หมื่นบาท นำเอาเงิน 2 พันบาทไปเสี่ยงโชค เพราะหวังรวย หรือมีเงิน 2 หมื่น ซื้อกระเป๋าใบละ 5 พันบาท หากใครมีค่าใช้จ่ายเกิน 30% ของเงินเดือน แสดงว่ากำลังมีปัญหาทางการเงิน

  • หากเริ่มกดเงินสดจากบัตรเครดิต หรือทำบัตรสินเชื่อเงินสด เพื่อนำเงินไปจ่ายหนี้เก่า แสดงว่าอาการหนักมาก และเมื่อหนี้ใหม่ดอกเบี้ยแพง ก็ต้องนำบัตรเครดิตใบที่ 1 ใบที่ 2 ไปกดเงินสด ไปจ่ายหนี้อีกบัตรหนึ่ง จนหนี้สินล้นพ้นตัว จุดนี้ค่อนข้างอันตรายมาก เพราะจากตัวเลขปล่อยสินเชื่อเงินสดของแต่ละแบงก์พบว่ามีรายได้โตอย่างก้าวกระโดด แสดงว่ามีคนใช้บริการสินเชื่อมาก โดยเฉพาะบัตรกดเงินสดของนันแบงก์

  • เจอค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด ยกตัวอย่าง หากเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน และไม่ได้ทำประกันไว้ หรือหากเกิดอุบัติเหตุ คนในครอบครัวต้องใช้เงิน จนประสบปัญหาสภาพคล่อง เพราะที่ผ่านมาขาดการวางแผนทางการเงิน ซึ่งควรเก็บออมเดือนละ 20% ของรายได้

เมื่อสำรวจตัวเองแล้วพบว่าเริ่มมีสัญญาณบางอย่างกำลังเป็นปัญหาทางการเงิน ควรเริ่มปรับปรุงตัวเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการใช้จ่ายโดยพลัน เริ่มจากใช้บัตรเครดิตเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เช่น ใช้รูดบัตรเฉพาะค่าน้ำมัน หรือค่าอาหารที่เป็นประโยชน์ และหยุดการช็อปปิ้งผ่อนสินค้า ซึ่งการจะใช้จ่ายใดๆ ควรคิดให้หนัก

“หลายคนบอกจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ หากไม่เกิดก็ถือว่าโชคดีไป แต่หากเกิดขึ้นจริงๆ ขอให้เตรียมตัว อย่างปลายปีได้เงินโบนัส ให้เก็บเอาไว้อย่านำไปใช้ เผื่อปีหน้าเศรษฐกิจไม่ดี อาจไม่ได้โบนัส พร้อมๆ กับการหารายได้สำรอง ไปขับแกร็บ ขายของในวันหยุด และพยายามเก็บเงินออมให้ได้ 20% ของรายได้ทั้งหมด หรือเงินเดือนออกมา 2 หมื่น ให้นำไปฝากประจำ 2-4 พันบาท ในกรณีมีหนี้อะไรก็ตามที่ดอกเบี้ยสูง ให้รีบจ่ายไป ต้องสร้างวินัยให้กับตัวเอง ไม่ใช่อยากได้โน่นได้นี่ โดยเฉพาะสุภาพสตรี ซื้อเสื้อผ้าไม่เคยซ้ำ เจอที่ไหนลดราคาก็วิ่งไปหา ทั้งกระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง ควรหยุดได้แล้ว”

พร้อมเตือนนักช็อปทั้งหลายเป็นครั้งสุดท้ายให้ระวังกลางปีหน้า จะเริ่มเห็นเศรษฐกิจไม่ดี จากการปล่อยสินเชื่อของแบงก์จนเต็มเพดาน กระทั่งไม่สามารถปล่อยสินเชื่อได้ในที่สุด เพราะคนไม่จ่ายหนี้ทำให้เงินไม่สะพัดจนเศรษฐกิจสะดุด ส่วนแหล่งช็อปปิ้งจะมีแต่คนเดินไม่มีคนซื้อของ ขณะที่แรงงานต่างๆ จะไม่มีโอที และหลายบริษัทไม่รับพนักงานเพิ่ม เพราะฉะนั้นกลางปีหน้าเศรษฐกิจจะหนักพอสมควร ทำให้สุขภาพของคนและประเทศไม่ดี ทุกอย่างรุมเร้าไปหมดจนน่ากังวล.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : คนไทยหนี้ท่วม มรสุมซัดซ้ำ เปิด 10 อาชีพเสี่ยงตกงาน เตรียมรับมือ

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
– Website : www.thairath.co.th
– LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *