“พินัยกรรม”…ทำได้เฉพาะคนรวยจริงหรือ?

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

“พินัยกรรม”...ทำได้เฉพาะคนรวยจริงหรือ?

เมื่อได้ยินคำว่า “พินัยกรรม” เราจะนึกถึงละครที่มักสื่อถึง เศรษฐีคนหนึ่งเสียชีวิตแล้วมีทนายความประจำตระกูล มาพบทายาทแล้วนั่งรวมกันในห้องรับแขกคอยฟังการเปิดพินัยกรรมว่าแต่ละคนจะได้รับทรัพย์สินใดบ้าง ทำให้หลายท่านคิดว่า การทำพินัยกรรมเป็นเรื่องเฉพาะคนรวยเท่านั้น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรมีข้อมูลดังนี้ครับ

*          *

 

“พินัยกรรม” หมายถึง เจตนาของบุคคล ที่ตั้งใจจะจัดการส่งต่อทรัพย์ที่ตนเป็นเจ้าของในขณะมีชีวิตอยู่ ให้กับบุคคลหรือองค์กรใดก็ตาม ภายหลังจากตนเองเสียชีวิตแล้ว ทรัพย์ที่ส่งต่อนั้นจะเรียกว่า ‘มรดก’ โดยพินัยกรรมที่มีรูปแบบตรงตามกฎหมายกำหนดทำได้ 5 แบบ คือ แบบธรรมดา แบบเขียนเองทั้งฉบับ แบบเอกสารฝ่ายเมือง แบบเอกสารลับ และ แบบทำด้วยวาจา  พินัยกรรมไม่ว่าแบบใด เป็นประโยชน์ต่อคนทุกระดับชั้นฐานะ ด้วยเหตุผลดังนี้

 

 

  • ส่งต่อมรดกให้ทายาทที่ต้องการได้ถูกคน หากไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ เมื่อบุคคลถึงแก่ความตาย มรดกจะถูกแบ่งให้ทายาทโดยธรรมตามลำดับ ซึ่งบางกรณีอาจไม่ได้เป็นดั่งความต้องการของเจ้ามรดก ยกตัวอย่าง คู่สามี ภรรยา มิได้จดทะเบียนสมรส ภรรยาตั้งครรภ์  แม้สามีตั้งใจจะยกทรัพย์แก่บุตรในอนาคต แต่หากสามีเสียชีวิตโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม มรดกของสามีจะตกไปถึง บุพการี หรือ พี่น้อง ของสามี  ตามลำดับทายาทตามกฎหมาย  เพราะการไม่จดทะเบียนสมรส ทำให้ภรรยาไม่ถือเป็นทายาทโดยธรรมแม้ตั้งครรภ์ก็ตาม บุตรที่เกิดมาไม่อาจรับทรัพย์มรดกของสามี

 

 

  • จัดการมรดกส่งต่อให้ทายาทได้อย่างเหมาะสม พินัยกรรมสามารถระบุสัดส่วน หรือ แบ่งแยกประเภทมรดก ให้เหมาะสมกับผู้รับมรดกตามที่ผู้ทำพินัยกรรมตั้งใจจะยกมรดกให้ ตัวอย่างเช่น  บิดาทำพินัยกรรม ยก สวน ไร่นา ให้บุตรที่ชอบการเกษตร ยกหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ให้บุตรที่ชอบลงทุนยกบ้านหลังเล็กให้น้องชายอยู่อาศัย เป็นต้น

  • ลดการขัดแย้งของทายาท ภายหลังการเสียชีวิตของบุคคลที่ไม่ได้ทำพินัยกรรม กฎหมายบังคับต้องมีการแบ่งมรดกเป็นสัดส่วนเท่าๆกันให้แก่ทายาทโดยธรรม ซึ่งการแบ่งมรดก ไม่ว่าฐานะไหน มรดกมีจำนวนมากหรือน้อย หากทายาทตกลงกันไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม ย่อมนำมาซึ่งความขัดแย้งภายในครอบครัว หากทำพินัยกรรมไว้จะช่วยลดการขัดแย้งของทายาทได้

  • ประหยัดเวลาจัดการมรดกแก่ทายาท เมื่อพินัยกรรมมีการระบุทรัพย์สิน และผู้รับมรดก หรือมีการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกในพินัยกรรม ย่อมลดเวลาแก่ทายาทในการสืบหาทรัพย์และเวลาในการประสานงานหน่วยงานต่างๆ เช่น ศาล สถาบันการเงิน หน่วยงานราชการ เป็นต้น

           

จะเห็นได้ว่าการทำ‘พินัยกรรม’ เหมาะสำหรับคนทุกระดับชั้นฐานะที่มีความประสงค์ส่งต่อมรดกของตนให้ถึงมือผู้รับตามที่ตั้งใจ  ส่วนรูปแบบการทำพินัยกรรมทั้ง 5 แบบที่กล่าวข้างต้น สามารถทำให้ถูกต้องและครบองค์ประกอบของแต่ละแบบได้อย่างไร สามารถศึกษาเพิ่มเติมต่อได้ แต่ ปัจจัยที่ต้องควรตระหนักคือความไม่แน่นอนของชีวิต ไม่มีใครรู้วันตาย เมื่อมีความประสงค์ทำพินัยกรรม ควรดำเนินการทันที

 

 

ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ [email protected] , TFPA Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th

 

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *