จับตาแรงขาย”กลุ่มพลังงาน”เขย่าตลาดหุ้นไทย(คลิป)

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

โบรกมองหุ้นไทยสัปดาห์หน้าไซด์เวย์ดาวน์จากปัจจัยเสี่ยงตปท. เกาะติดประชุมโอเปก-นอนโอเปก 5-6 ธ.ค.นี้ เตือนลงทุนหุ้นน้ำมัน!  กองทุนต่างประเทศปรับพอร์ตเทขายหุ้นทั่วโลกเข้าซื้อหุ้นไอพีโอ Saudi  Aramco เก็งกำไร กดหุ้นพลังงาน-ปิโตรเคมีร่วง

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้จัดการสายงานวิจัย บล. เอเซียพลัส  เปิดเผยว่า  ทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์หน้ามีโอกาสปรับฐานต่อในลักษณะ sideway down ประเด็นที่ให้น้ำหนักคือการประชุมของกลุ่มโอเปกและนอนโอเปกในวันที่ 5-6 ธ.ค.นี้  ตลาดคาดว่าจะมีการขยายระยะเวลาปรับลดกำลังการผลิตออกไป 3 เดือน สิ้นสุดมิ.ย. 63   น่าจะส่งผลดีต่อราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น แต่หุ้นน้ำมันยังมีประเด็นที่ถูกกดดันจากเข้าเทรดหุ้นไอพีโอ Saudi  Aramco บริษัทน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลกของประเทศซาอุดิอาระเบีย ในตลาดหลักทรัพย์ Tawadul ของซาอุดิอาระเบียช่วงเดือนธ.ค.นี้ จะทำให้ กองทุนต่างประเทศปรับพอร์ตลงทุนหันไปขายหุ้นน้ำมันทั่วโลกรวมถึงหุ้นน้ำมันในไทย เพื่อเตรียมเงินไหลลงทุนหุ้นไอพีโอดังกล่าว

“   Saudi Aramco คาดว่ามูลค่ากิจการอยู่ในช่วง 1.6-1.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ใหญ่กว่า SET Index กว่า 3 เท่า หรือใหญ่กว่า หุ้น PTT  ราว 40 เท่า นอกจากต่างชาติจะต้องเตรียมเงินเพื่อจองซื้อหุ้น IPO แล้ว ทาง MSCI ได้ประกาศว่าจะนำหุ้น Saudi Aramco เริ่มเข้ามาคำนวณในดัชนีเป็นกรณีพิเศษ ในช่วงเดือน ธ.ค. 62 หรือ ต้นเดือน ม.ค. 63ทำให้หุ้นพลังงานที่อยู่ในดัชนี MSCI อย่าง PTT, PTTEP, PTTGC, TOP, IVL, BANPU และ IRPC มีความเสี่ยงเป็นลำดับต้นๆ ที่จะได้รับผลกระทบ จากการจองซื้อหุ้น IPO ของ Saudi Aramco พร้อมกับรองรับสัดส่วนของดัชนี MSCI ที่เปลี่ยนแปลงไป และน่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่กดดันการปรับขึ้นของ SET เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มปิโตรเคมี มีสัดส่วน Market Cap  หรือมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกันสูงถึง 26.4% ของหุ้นทั้งหมดในตลาด”

สำหรับตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐทำสถิติสูงสุดหรือนิวไฮ  เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังการสงบศึกระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐในข้อตกลงในเฟส 1 ในปีนี้    แต่ฝันร้ายปรากฏขึ้นอีกครั้ง หลังจากนายโดนัลด์  ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐได้อนุมัติกฏหมายป้องกันสิทธิมนุษยชนในฮ่องกงทำให้ประเด็นสงครามทางการค้าที่จบลงด้วยดีถูกยืดขยายออกไปกดดันตลาดหุ้นโลกให้ปรับตัวลดลง

ส่วนตลาดหุ้นไทยยังมีประเด็นลบเข้ามาคือ ภาพรวมเศรษฐกิจไตรมาส 4 ชะลอตัวลงเห็นจากสัญญาณในหลายเรื่อง  เช่น ตัวเลขส่งออกหดตัว 4.5% และหนี้ภาคครัวเรือนจากผลสำรวจของมหาวิทยา ลัยหอการค้าไทยทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3.4 แสนบาทต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับฐานลง  

อย่างไรก็ตาม  ด้านกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์หน้า เน้นหุ้นแข็งแกร่งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น โรงพยาบาล     ส่วนหุ้นที่หลีกเลี่ยงคือหุ้นที่พีอีอยู่ระดับสูง เช่น บางบริษัทในกลุ่มโรงไฟฟ้า และน้ำมัน เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากกองทุนต่างประเทศปรับพอร์ตเข้าไปซื้อหุ้นไอพีโอขนาดใหญ่ของ Saudi  Aramco    ส่วนกรอบการเคลื่อนไหวสัปดาห์หน้าแนวรับอยู่ที่  1,550 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,624 จุด

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *