ฟันธงหุ้นไทยปี63  1700-1750 จุด  ‘ตปท.-เศรษฐกิจ’หนุน

วันนี้ monoservice ข่าวไอที จะมาพูดถึงข่าว

กูรูฟันธงหุ้นไทยปีหน้า ปรับขึ้นเหนือ 1700 จุด แรงหนุนตปท. เจรจาการค้าสหรัฐ- จีน วิน-วิน  และการเข้าเทรดหุ้นนํ้ามันรายใหญ่ของโลก“ซาอุดีอารามโก” แบงก์กลางทั่วโลกผ่อนคลายการเงิน หนุนสภาพคล่องลงในสินทรัพย์เสี่ยงตลาดเกิดใหม่-ไทย

บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด(มหาชน) ได้จัดสัมมนา“ส่องหุ้นปีหน้าจะ 1800 หรือ 1400” เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา  โดยนายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในปีหน้าว่า เงินจะไหลเข้าตลาดเกิดใหม่(emerging market) ตลาดหุ้นไทยจะกลับมาบูม  คาดไม่เกินเดือนมีนาคม 2563 ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสแตะ 1780 จุด คำนวณจาก EPS ที่ 105 บาทต่อหุ้น คูณ P/E 18 เท่า เทียบกับ EPS ปีนี้ที่ 96 บาทต่อหุ้น

แรงหนุนมาจากการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายของบรรดาธนาคารกลาง และการทำคิวอี ส่งผลให้สภาพคล่องไหลเข้าในตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย แต่สิ่งที่ต้องระวังคืออาจเกิดฟองสบู่จากการเล่นตามดัชนี ทำให้เงินกระจุกในดัชนีอีทีเอฟ  แนะลงหุ้นที่มีสถานะคงค้างต่ำ มีปัจจัยพื้นฐานดี เช่น TRUE, LH, CPALL และ BCH

“3 เรื่องที่จะเกิดขึ้นแน่นอน คือ 1. ผลจากเทรดวอร์ ทำให้เกิดสงครามค่าเงิน และการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ผ่านการลดดอกเบี้ย พิมพ์แบงก์และฟื้นคิวอี เริ่มเห็นจากธนาคารยุโรป หรือ(อีซีบี) ที่ดอกเบี้ยเงินฝากติดลบ และเตรียมเข้าซื้อสินทรัพย์หรือทำคิวอี 2 หมื่นล้านยูโรต่อเดือนอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้  2.ดอกเบี้ยระยะยาวจะต่ำมาก ทำให้เกิดการกู้ครั้งใหญ่โดยรัฐบาลในแต่ละประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอ และ 3. Risk off จะน้อยลงหลังเทรดวอร์จบ ส่งผลให้ปีหน้าเงินจะเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงในตลาดเกิดใหม่(emerging market) มากขึ้น

นายณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ นักวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์(บล).ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สัญญาณดัชนีหุ้นดาวโจนส์ แนสแดค เอสแอนด์พี ทำนิวไฮก็ดี ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ10 ปี กลับมาผงก และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องหาทางกลับมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้ง ทำให้เชื่อว่าการเจรจาการค้าสหรัฐฯ- จีน จะจบด้วยดีส่วนหนึ่งก็สะท้อนจากค่าเงินหยวนที่แตะเหนือ 7 หยวนต่อดอลลาร์ และราคาน้ำมันโลกที่มีแนวโน้มปรับขึ้น ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่บริษัท ซาอุดีอารามโก บริษัทนํ้ามันรายใหญ่ของโลก เตรียมเข้าเทรดในเดือนธันวาคมนี้ จึงไม่มีทางปล่อยให้ราคานํ้ามันลง

“เงินหยวนที่แตะเหนือ 7 หยวนต่อดอลลาร์ ก็เป็นเครื่องสะท้อนว่าการเจรจาการค้าสหรัฐฯ- จีน ตกลงกันได้ สัญญาณดังกล่าวข้างต้น ทำให้เชื่อตลาดหุ้นไทยปีหน้าจะกลับมาดีขึ้น  คนพาขึ้นก็เป็นนักลงทุนต่างชาติ  หุ้นไทยมีโอกาสปรับเหนือ 1700-1750 จุด หุ้นที่แนะนำ PTTGC, BBL และ DTAC อย่างไรก็ดีการลงทุน ต้องปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ตลาด วิธีคิดแบบเดิมๆ อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป”

นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวปีหน้าจะดีขึ้น จากเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนในทิศทางดีขึ้น และส่งออกเป็นบวกจากปีนี้ที่ติดลบ แรงหนุนจะมาจากการลงทุนของภาครัฐเป็นสำคัญ และการลงทุนในอีอีซี ทั้งนี้คาดจีดีพีไทยปีนี้จะโตประมาณ 2.5-2.8% และปีหน้าคาดขยายตัว 3-3.3% ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปีหน้าเชื่อว่าจุดสูงสุดจะดีกว่าปีนี้ มีโอกาสแตะกว่า 1700 จุด

“ปัจจัยต่างประเทศ ตนมองว่าไม่น่าห่วง โดยในเดือนสองเดือนการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน น่าจะจบลงแบบไม่มีเนกกาทีฟซัมเกม แต่จะไม่จบทีเดียวในปีนี้ยังลากไปถึงปีหน้า และปีหน้ายังเป็นปีที่สหรัฐฯ จะมีการเลือกตั้งเชื่อว่าประธานาธิบดีทรัมป์ ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโลกด้วย”               

ด้านนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าเชื่อว่าระยะสั้น โฟลว์ต่างประเทศยังไม่ไหลเข้า เนื่องจากหุ้นไทยราคาไม่ถูก P/E ยังอยู่ระดับสูง  การเติบโตต่ำกว่าที่คาด หุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมีและธนาคารพาณิชย์ยังโตจำกัด กลุ่มอสังหาฯได้รับผลกระทบจากนโยบาย LTV และยังโอเวอร์ซัพพลาย กำลังซื้อก็ไม่ง่าย

อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจปีหน้าตัวช่วยจะเป็นเรื่องการค้า การที่กระทรวงพาณิชย์ได้เดินหน้าเจรจาการค้า FTA (Free Trade Area )หรือเขตการค้าเสรี กับกลุ่มประเทศในยุโรปและกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการส่งออก  รวมถึงเงินลงทุนภาครัฐในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี โครงการลงทุนขนาดใหญ่อาทิเมืองใหม่สมาร์ทซิตี้ การก่อสร้างสนามบิน ท่าเรือน้ำลึก

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,521 วันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2562

                      

ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *